เนเธอร์แลนด์ ครองบอลเหนือกว่า แต่สุดท้ายจบด้วยการเสมอกับญี่ปุ่นสุดเดือด
เชื่อว่าแฟนบอลทั่วโลกคงต้องตื่นตาตื่นใจกับเกมนัดล่าสุดในศึกฟุตบอลโลก 2026 เมื่อ “กังหันสีส้ม” เนเธอร์แลนด์ ต้องมาดวลแข้งกับ “ซามูไรบลูส์” ญี่ปุ่น ซึ่งผลการแข่งขันที่ออกมาคือ เนเธอร์แลนด์ ครองบอลเหนือกว่า แต่สุดท้ายจบด้วยการเสมอกับญี่ปุ่นสุดเดือด ไปด้วยสกอร์ 2-2 แบ่งแต้มกันไปอย่างสุดมันส์ในเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดแรก
เนเธอร์แลนด์ ครองบอลเหนือกว่า แต่สุดท้ายจบด้วยการเสมอกับญี่ปุ่นสุดเดือด
การแข่งขันที่เอทีแอนด์ที สเตเดียม กลายเป็นสมรภูมิลูกหนังที่น่าประทับใจ เนเธอร์แลนด์ภายใต้การคุมทีมของ โรนัลด์ คูมัน โชว์ฟอร์มการครองบอลและบุกเข้าใส่ตลอดทั้งเกม โดยมีผู้เล่นตัวหลักอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดก์, เฟรงคี เดอ ยอง และโกดี กักโป ลงสนามกันครบครัน ในขณะที่ญี่ปุ่นของ ฮาจิเมะ โมริยาสึ ก็วางแผนรับมือด้วยระบบ 3-4-3 โดยมี ทาเคฟุสะ คุโบะ เป็นหัวใจสำคัญในเกมรุก
บทสรุปของเกมที่ เนเธอร์แลนด์ ครองบอลเหนือกว่า แต่สุดท้ายจบด้วยการเสมอกับญี่ปุ่นสุดเดือด
เกมเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด ครึ่งแรกจบไปแบบไร้สกอร์ แต่ครึ่งหลังความมันส์บังเกิด:
- นาที 51: เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ โหม่งให้เนเธอร์แลนด์ขึ้นนำ 1-0
- นาที 57: เคโตะ นากามูระ ยิงตีเสมอให้ญี่ปุ่นเป็น 1-1
- นาที 64: ครีเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ยิงให้กังหันสีส้มขึ้นนำอีกครั้ง 2-1
- นาที 89: โกคิ โอกาวะ สวมบทพระเอกโหม่งตีเสมอ 2-2 ให้ญี่ปุ่นแบ่งแต้มสำเร็จ
ความพ่ายแพ้อาจไม่ใช่เรื่องเดียวที่น่ากังวล แต่การที่ฝ่ายหนึ่งรุกหนักแต่ปิดเกมไม่ได้ กลับถูกทีมที่เป็นรองกว่าไล่ตามตีเสมอในช่วงท้ายเกมได้นั้น สะท้อนให้เห็นว่าในระดับฟุตบอลโลก ทุกวินาทีนับเป็นค่าใช้จ่ายที่ทีมใหญ่ต้องจ่ายหากขาดความเฉียบคมครับ
สำหรับเกมนัดต่อไป แฟนบอลต้องตามลุ้นกันต่อว่าเนเธอร์แลนด์จะแก้เกมอย่างไรเมื่อต้องเจอกับสวีเดน และญี่ปุ่นจะฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องในนัดพบกับตูนิเซียได้หรือไม่ ส่วนตัวผมมองว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้มาตรฐานทีมจากเอเชียพัฒนาขึ้นมากจริงๆ และนี่คือเสน่ห์ที่ทำให้เราหลงรักกีฬาฟุตบอลครับ
ที่มา – เนเธอร์แลนด์ ครองบอลเหนือกว่า แต่สุดท้ายจบด้วยการเสมอกับญี่ปุ่นสุดเดือด