เทควันโดพุมเซ่ โคราชคึกคัก บีเอ็มคว้าแชมป์

เทควันโดพุมเซ่ โคราช กลับมาสร้างสีสันให้วงการกีฬาไทยอย่างคึกคัก เมื่อการแข่งขัน จีเอช แบงค์ เทควันโดชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 เปิดฉากที่เทอร์มินอล ฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเทอร์มินัล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ปกครองเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกำลังใจจากกองเชียร์ตลอดทั้งวัน

การแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นเวทีที่รวบรวมนักกีฬาพุมเซ่จากหลายสโมสรทั่วประเทศ รวมแล้วมีนักกีฬาสมัครเข้าร่วมมากกว่า 900 คน และมีรายการแข่งขันเกือบ 2,000 อีเวนต์ จนต้องขยายระยะเวลาการแข่งขันเป็น 4 วัน จากเดิมที่จัดประมาณ 1,400 รายการในปีก่อน ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ากีฬาเทควันโดพุมเซ่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เทควันโดพุมเซ่ โคราช สุดคึกคัก นักกีฬาร่วมชิงชัยกว่า 900 คน

พิธีเปิดการแข่งขันมี น.ส.วณิฐารัตน์ บุญศุภนิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานสื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นประธาน พร้อมด้วยนายธนฑิตย์ รักตะบุตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และนายก้องกฤษฏิ์ จึงสงวนพรสุข รองเลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโดฯ เข้าร่วมงาน

นายธนฑิตย์กล่าวว่า รู้สึกประทับใจกับจำนวนผู้สมัครและผู้ปกครองที่เดินทางมาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ โดยการจัด เทควันโดพุมเซ่ โคราช ถือเป็นครั้งแรกที่สมาคมนำการแข่งขันรายการใหญ่ไปจัดที่เทอร์มินัล 21 โคราช ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมและช่วยให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงกีฬาเทควันโดมากขึ้น

อีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นความสนใจคือผลงานของนักกีฬาไทยในเวทีนานาชาติ โดยทีมชาติไทยทำผลงานในการแข่งขันชิงแชมป์โลกได้ 3 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง ขณะที่เอเชียนเกมส์สามารถคว้า 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ถือเป็นผลงานสำคัญที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนหันมาสนใจกีฬาพุมเซ่มากขึ้น

เทควันโดพุมเซ่ โคราช เปิดทางทีมชาติลงแข่ง เพิ่มความเข้มข้น

สำหรับการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยในปีนี้ สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยเปิดโอกาสให้นักกีฬาทีมชาติสามารถลงแข่งขันร่วมกับนักกีฬาจากสโมสรได้ นโยบายดังกล่าวทำให้การแข่งขันมีความเข้มข้นมากขึ้น เพราะนักกีฬารุ่นใหม่จะได้สัมผัสประสบการณ์จากการประชันฝีมือกับเจ้าของเหรียญรางวัลระดับโลกและระดับเอเชีย

การเปิดพื้นที่ให้นักกีฬาทีมชาติลงสนามยังช่วยให้ผู้ชมได้เห็นทักษะ เทคนิค และรูปแบบการแสดงพุมเซ่ในระดับสูงแบบใกล้ชิด นักกีฬาดาวรุ่งจึงสามารถนำประสบการณ์ไปพัฒนาการฝึกซ้อมของตัวเองได้ ขณะเดียวกันผู้ฝึกสอนก็มีโอกาสประเมินศักยภาพของนักกีฬาแต่ละคนจากการแข่งขันจริง

  • มีนักกีฬาสมัครเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 900 คน
  • มีรายการแข่งขันเกือบ 2,000 อีเวนต์
  • เปิดโอกาสให้นักกีฬาทีมชาติลงแข่งขันได้
  • จัดการแข่งขันต่อเนื่อง 4 วัน เพื่อรองรับจำนวนผู้เข้าแข่งขัน
  • ส่งเสริมการเผยแพร่กีฬาเทควันโดพุมเซ่สู่ภูมิภาค

บีเอ็ม ธนา คว้าแชมป์เหนือหมูปิ้งในรอบชิงชนะเลิศ

ไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันวันแรกอยู่ที่รอบชิงชนะเลิศพุมเซ่เดี่ยวชาย รุ่นอายุ 18-30 ปี ซึ่งเป็นการพบกันระหว่าง “บีเอ็ม” ธนา เขียวลายเลิศ จากสโมสรเพชรสยามเทควันโด กับ “หมูปิ้ง” นาวิน ปิณฑะสูตร จากสโมสรเจซี เทควันโด

ธนา เขียวลายเลิศ เจ้าของเหรียญทองจากการแข่งขันชิงแชมป์โลก ประเภทพุมเซ่คู่ผสม รุ่นอายุไม่เกิน 30 ปี แสดงฟอร์มได้อย่างมั่นใจตลอดการแข่งขัน ขณะที่นาวิน เจ้าของเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ ก็ทำผลงานได้ดีและสร้างความกดดันให้คู่แข่งได้ตลอดทั้งรอบชิงชนะเลิศ

ท้ายที่สุด ธนาสามารถคว้าชัยชนะไปด้วยคะแนน 18.266 ต่อ 18.232 คว้าแชมป์ประเทศไทยไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี ผลการแข่งขันคู่นี้สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานที่สูงขึ้นของนักกีฬาพุมเซ่ไทย และทำให้การแข่งขัน เทควันโดพุมเซ่ โคราช มีความน่าสนใจตั้งแต่วันแรก

นอกจากความสนุกในสนามแล้ว งานครั้งนี้ยังเป็นพื้นที่รวมตัวของครอบครัวกีฬาเทควันโด ผู้ปกครองได้ติดตามพัฒนาการของบุตรหลาน ขณะที่นักกีฬารุ่นเล็กมีโอกาสเรียนรู้จากรุ่นพี่ระดับทีมชาติ บรรยากาศดังกล่าวช่วยสร้างชุมชนกีฬาให้แข็งแรง และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของนักกีฬาดาวรุ่งคนใหม่ในอนาคต

เวทีสำคัญต่อยอดอนาคตพุมเซ่ไทย

การจัดการแข่งขันระดับประเทศในต่างจังหวัดมีความสำคัญต่อการกระจายโอกาสทางกีฬา เพราะช่วยให้นักกีฬาจากภูมิภาคไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทุกครั้งเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน นอกจากนี้ยังช่วยสร้างรายได้ให้กับธุรกิจโดยรอบ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า และการเดินทางในจังหวัดนครราชสีมา

ความสำเร็จของรายการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และผู้สนับสนุนหลายฝ่าย อาทิ ปตท. สิงห์ โค้ก หาดทิพย์ เมืองไทยประกันชีวิต และเอฟบีที ทุกภาคส่วนมีบทบาทในการทำให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างมีคุณภาพและรองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมาก

มุมมองที่น่าสนใจคือ การมีนักกีฬาระดับแชมป์โลกและเหรียญเอเชียนเกมส์ลงแข่งขันในรายการเดียวกับนักกีฬาจากสโมสร ทำให้เวทีชิงแชมป์ประเทศไทยมีคุณค่ามากกว่าการมอบเหรียญรางวัล เพราะยังเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่สำหรับคนรุ่นใหม่ หากสมาคมสามารถจัดการแข่งขันในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยค้นหาและพัฒนานักกีฬาพุมเซ่ไทยให้ก้าวสู่เวทีนานาชาติได้อีกมาก

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ปกครอง นี่คือช่วงเวลาที่ดีในการสนับสนุนเด็กและเยาวชนให้รู้จักเทควันโดพุมเซ่ เพราะกีฬาชนิดนี้ช่วยฝึกสมาธิ วินัย ความมั่นใจ และการควบคุมร่างกาย ใครที่มีโอกาสควรติดตามการแข่งขันรายการต่าง ๆ และให้กำลังใจนักกีฬาไทย เพื่อร่วมกันผลักดันให้พุมเซ่ไทยเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ที่มา – เปิด ธอส.เทควันโด พุมเซ่ โคราช คึกคัก บีเอ็ม แชมป์โลก พิชิต หมูปิ้ง เงิน เอเชียนเกมส์ ผงาดทอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *