เจ้าอาวาสวัดม่วง รับทราบข้อหาแจ้งความเท็จ

เจ้าอาวาสวัดม่วง ดอดรับทราบข้อหา แจ้งความเท็จ อ้างเงินสด-ทองคำ 22 ล้านถูกขโมย เผยหลักฐานหลังพนักงานสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ

วันที่ 23 ส.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี นายศักดา เลิศฤทธิ์สมบูรณ์ ไวยาวัจกรวัดม่วง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ว่า ถูกคนร้ายบุกเข้าไปลักทรัพย์ ภายในกุฏิ พระราชวัชรพัฒนาทร (ณรงค์ โพธิ์กระทุ่ม) เจ้าอาวาสวัดม่วง เพชรเกษม บางแค กทม.

และทรัพย์สินสูญหายหลายรายการ อาทิ เงินสด 10 ล้านบาท และทองคำแท่งหนัก 50 บาท รวม 5 แท่ง รวมน้ำหนัก 250 บาท มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท รวมทรัพย์สิน 2 รายการ มูลค่ากว่า 22 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เจ้าอาวาสวัดม่วง ดอดรับทราบข้อหา แจ้งความเท็จ อ้างเงินสด-ทองคำ 22 ล้านถูกขโมย เผยหลักฐานหลังพนักงานสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ

เจ้าอาวาสวัดม่วง ดอดรับทราบข้อหา แจ้งความเท็จ อ้างเงินสด-ทองคำ 22 ล้านถูกขโมย เผยหลักฐานหลังพนักงานสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ

ล่าสุด พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา พระราชวัชรพัฒนาทร (ณรงค์ โพธิ์กระทุ่ม) เจ้าอาวาสวัดม่วง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ 405/2568 ลงวันที่ 13 ส.ค.2568 เดินทางมายัง สน.เพชรเกษม เพื่อเข้าพบ พ.ต.ท.ศุภสิทธิ์ มากผ่อง รอง ผกก.(สอบสวน) สน.เพชรเกษม

เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย”

เบื้องต้นพระราชวัชรพัฒนาทร เจ้าอาวาสวัดม่วง ได้ให้การปฏิเสธในข้อหาดังกล่าว โดยทางพนักงานสอบสวนจึงได้สอบปากคำ พร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อประกอบสำนวน ก่อนปล่อยตัวกลับไป โดยจะนัดหมายให้มาสอบปากคำเพิ่มเติมภายหลัง ขณะที่ นายศักดา จะเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งความ ทางพนักงานสอบสวน และฝ่ายสืบสวนสน.เพชรเกษม ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุภายในกุฏิ และเก็บพยานหลักฐาน โดยมีรูปเจ้าอาวาสวัดม่วงชี้จุดที่เก็บเงินสดและทองคำ

ต่อมาทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเจ้าอาวาสวัดม่วงในฐานะผู้กล่าวหา กระทั่งพบว่าคำให้การของเจ้าอาวาสวัดม่วง มีการปกปิด ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงกับข้อมูลที่เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานไว้ได้

ก่อนที่ในเวลาต่อมา จะเจอหลักฐานว่า มีคนนำทอง 170 บาทไปขายที่ร้านทองย่านเยาวราช ตั้งแต่เดือนเมษายน และเอาเงินให้เจ้าอาวาสแล้ว แต่เจ้าอาวาสอ้างว่าลืม

ข่าวนี้เป็นที่น่าสนใจและสร้างความตกใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ เจ้าอาวาสวัดม่วง ทำให้เกิดคำถามถึงความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด การที่เจ้าอาวาสถูกแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จยิ่งทำให้เรื่องนี้มีความซับซ้อนและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น

เจ้าอาวาสวัดม่วง รับทราบข้อหาแจ้งความเท็จ

เรื่องราวของเจ้าอาวาสวัดม่วงที่รับทราบข้อหาแจ้งความเท็จนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดก็ตาม หากมีการกระทำที่ผิดกฎหมายก็ต้องได้รับการตรวจสอบและดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม

ความสำคัญของการตรวจสอบทรัพย์สินของวัด

เหตุการณ์นี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบทรัพย์สินของวัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพย์สินเหล่านั้นถูกบริหารจัดการอย่างถูกต้องและโปร่งใส การมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งจะช่วยป้องกันการทุจริตและรักษาศรัทธาของประชาชนที่มีต่อวัดและศาสนา

ในท้ายที่สุดแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเจ้าอาวาสวัดม่วงเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และการดำเนินการตามกฎหมาย การที่เรื่องนี้ถูกเปิดเผยและดำเนินการสอบสวนอย่างจริงจัง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการวัดที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

ที่มา – เจ้าอาวาสวัดม่วง รับทราบข้อหา แจ้งความเท็จ อ้างเงินสด-ทองคำถูกขโมย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *