เจ้าของร้านแจ้งความ อินฟลูฯ ขอกินฟรีแลกรีวิว

เจ้าของร้านแจ้งความ อินฟลูฯ ขอกินฟรีแลกรีวิว หลังถูกเพจรีวิวอาหารติดต่อขอรับประทานอาหารฟรี แลกกับการรีวิวร้าน และเรียกเงินเพิ่มเติมเพื่อแลกกับการไม่เผยแพร่คลิปหรือข้อความที่อาจทำให้ร้านเสียหาย เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ เพราะมีผู้ติดตามเพจจำนวนมาก และมีลักษณะคล้ายการใช้ชื่อเสียงบนโซเชียลมีเดียมากดดันผู้ประกอบการ

เจ้าของร้านประกายบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า มีบุคคลติดต่อเข้ามาทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยอ้างว่าเป็นเพจรีวิวร้านอาหารที่มีผู้ติดตามมากกว่า 3 แสนคน และต้องการเดินทางมารีวิวร้าน อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ติดต่อเป็นวันหยุดยาว ซึ่งร้านมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก เจ้าของร้านจึงปฏิเสธไปก่อน เนื่องจากไม่สะดวกต้อนรับทีมงานหรือจัดเตรียมอาหารให้รีวิวในวันดังกล่าว

หลังจากปฏิเสธข้อเสนอ เจ้าของร้านระบุว่า บุคคลดังกล่าวกลับเรียกเก็บค่าทำรีวิวเป็นเงินประมาณ 25,000 บาท พร้อมขู่ว่าหากร้านไม่ตกลงหรือไม่จ่ายเงิน อาจมีการทำคอนเทนต์ในลักษณะที่ทำให้ร้านเสียชื่อเสียง รวมถึงการให้คะแนนร้านเพียง 1 ดาว เรื่องนี้ทำให้เจ้าของร้านรู้สึกกังวล เพราะการให้ข้อมูลหรือรีวิวบนโลกออนไลน์สามารถส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและรายได้ของร้านอาหารโดยตรง

เจ้าของร้านแจ้งความ อินฟลูฯ ขอกินฟรีแลกรีวิว

เมื่อเห็นว่าการติดต่อมีลักษณะผิดปกติ เจ้าของร้านจึงบันทึกหลักฐานการสนทนาและนำเรื่องไปเผยแพร่เพื่อเตือนภัยผู้ประกอบการรายอื่น ต่อมามีเจ้าของร้านอาหารในพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาแสดงความคิดเห็นและเล่าว่า เคยพบการติดต่อในลักษณะคล้ายกันมาก่อน ทั้งการขอรับประทานอาหารฟรี การอ้างว่าจะช่วยประชาสัมพันธ์ร้าน และการข่มขู่ว่าจะรีวิวในทางเสียหายหากไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการ

ในช่วงแรก เจ้าของร้านยังไม่เปิดเผยชื่อเพจหรือข้อมูลของบุคคลที่ติดต่อมา แม้จะมีหลักฐานอยู่ในมือ เนื่องจากได้รับคำแนะนำจากทนายความให้ระมัดระวังเรื่องการเปิดเผยข้อมูลบุคคลที่สาม การนำข้อมูลไปโพสต์บนโซเชียลมีเดียอาจทำให้เกิดข้อพิพาททางกฎหมายเพิ่มเติมได้ แม้ผู้เสียหายจะเชื่อว่าตนเองกำลังปกป้องสิทธิและเตือนสังคมก็ตาม เจ้าของร้านจึงเลือกดำเนินการอย่างรอบคอบ และเก็บหลักฐานไว้เพื่อมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ

เจ้าของร้านแจ้งความ อินฟลูฯ ขอกินฟรีแลกรีวิว ต้องรับมืออย่างไร

ต่อมาคลิปเหตุการณ์ได้รับความสนใจเป็นวงกว้าง และมีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าเจ้าของร้านอาจสร้างกระแสเพื่อโปรโมตร้านตัวเอง เจ้าของร้านยืนยันว่าไม่ได้ต้องการสร้างกระแส เพราะร้านมีลูกค้าประจำและเปิดกิจการมาระยะหนึ่งแล้ว การออกมาเล่าเรื่องมีเป้าหมายเพื่อปกป้องตัวเอง รวมถึงแจ้งเตือนร้านอาหารและธุรกิจขนาดเล็กที่อาจต้องพบเจอกับพฤติกรรมในรูปแบบเดียวกัน

เจ้าของร้านยังตรวจสอบข้อมูลของเพจดังกล่าวเพิ่มเติม และพบข้อสงสัยว่าเพจอาจถูกซื้อหรือเปลี่ยนมือมาใช้เพื่อหลอกติดต่อร้านค้า โดยอ้างจำนวนผู้ติดตามเดิมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นจึงเสนอการรีวิวที่ต้องชำระเงินมัดจำหรือค่าใช้จ่ายล่วงหน้า นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งานที่อาจมีประวัติเกี่ยวข้องกับการหลอกขายสินค้าออนไลน์และการซื้อขายวัตถุมงคล เรื่องเหล่านี้ทำให้เจ้าของร้านเชื่อว่าควรส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเป็นทางการ แทนการตัดสินบุคคลจากข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว

เจ้าของร้านเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ไทรน้อย พร้อมนำหลักฐานการสนทนา ข้อมูลบัญชี รายละเอียดการเรียกเงิน และหลักฐานการข่มขู่ไปมอบให้ตำรวจ เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยย้ำว่าต้องการให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย และต้องการป้องกันไม่ให้ร้านค้าอื่นตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน

ด้านผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรไทรน้อยเปิดเผยว่า เจ้าของร้านเข้ามาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน หลังถูกบุคคลที่อ้างตัวเป็นอินฟลูเอนเซอร์ติดต่อขอรีวิว พร้อมขอการสนับสนุนอาหารและเครื่องดื่ม เมื่อร้านปฏิเสธ กลับถูกขู่ว่าจะรีวิวให้ร้านเสื่อมเสีย และมีการเรียกเงินประมาณ 25,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่เผยแพร่เนื้อหาที่สร้างความเสียหาย

ตำรวจระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดหลายประการ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในสำนวน ได้แก่ ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ การทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจด้วยการขู่เข็ญ และการคุกคามผู้อื่น หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะรวบรวมข้อมูล ติดต่อผู้เสียหายเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม และพิจารณาเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอน

บทเรียนสำหรับร้านค้าและผู้ทำคอนเทนต์

เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า การรีวิวออนไลน์มีอิทธิพลต่อธุรกิจอย่างมาก ร้านอาหารจำนวนไม่น้อยต้องพึ่งพาคะแนน รีวิว และความคิดเห็นจากผู้ใช้งานเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกัน ผู้ทำคอนเทนต์ที่มีผู้ติดตามก็มีอำนาจในการสื่อสารกับคนจำนวนมาก อำนาจดังกล่าวจึงควรถูกใช้อย่างรับผิดชอบ การเสนอความร่วมมือที่ชัดเจนและเป็นธรรมแตกต่างจากการใช้ชื่อเสียงหรือจำนวนผู้ติดตามมากดดันให้ร้านต้องจ่ายเงิน

สำหรับผู้ประกอบการ หากได้รับข้อความที่น่าสงสัย ควรบันทึกภาพหน้าจอ เก็บลิงก์บัญชี วันเวลา และรายละเอียดการสนทนาเอาไว้ทั้งหมด ไม่ควรลบข้อความหรือโต้ตอบด้วยถ้อยคำรุนแรง เพราะหลักฐานเหล่านี้อาจมีความสำคัญต่อการตรวจสอบ หากมีการเรียกเงินหรือข่มขู่ ควรปรึกษาทนายความและแจ้งตำรวจโดยเร็ว รวมถึงหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคู่กรณีเกินความจำเป็นก่อนมีผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

ส่วนอินฟลูเอนเซอร์หรือเพจรีวิวควรแจ้งเงื่อนไขการทำงานให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เช่น ค่ารีวิว รูปแบบคอนเทนต์ จำนวนโพสต์ และสิ่งที่ร้านต้องจัดเตรียม การวิจารณ์ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่บิดเบือน และไม่ใช้การให้คะแนนต่ำหรือการขู่เผยแพร่ข้อมูลเสียหายเพื่อบังคับให้อีกฝ่ายยอมจ่ายเงิน เพราะอาจนำไปสู่ความรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาได้

  • เก็บหลักฐานข้อความ การโอนเงิน และไฟล์ภาพหรือวิดีโอทุกครั้ง
  • ตรวจสอบประวัติและตัวตนของเพจ ก่อนตกลงร่วมงานหรือส่งข้อมูลร้าน
  • กำหนดขอบเขตการรีวิวและค่าใช้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษร
  • หากถูกข่มขู่หรือเรียกเงิน ควรแจ้งตำรวจและขอคำปรึกษาทางกฎหมาย
  • หลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลส่วนตัวของคู่กรณีโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

กรณี เจ้าของร้านแจ้งความ อินฟลูฯ ขอกินฟรีแลกรีวิว จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้ทั้งร้านค้าและครีเอเตอร์ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส การสื่อสารอย่างมืออาชีพ และการเคารพสิทธิของกันและกัน หากพบพฤติกรรมที่อาจเป็นการหลอกลวงหรือข่มขู่ ควรใช้หลักฐานและกระบวนการทางกฎหมายเป็นทางออก แทนการตอบโต้ด้วยอารมณ์หรือการตัดสินกันบนโลกออนไลน์

สุดท้าย ผู้บริโภคเองควรใช้วิจารณญาณก่อนเชื่อรีวิวหรือกระแสบนโซเชียลมีเดีย ตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง และไม่รีบกล่าวหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนกว่าจะมีข้อเท็จจริงชัดเจน การสนับสนุนคอนเทนต์ที่นำเสนออย่างรับผิดชอบจะช่วยให้ระบบรีวิวออนไลน์มีความน่าเชื่อถือ และช่วยลดโอกาสที่ผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ที่มา – เจ้าของร้านแจ้งความแล้ว อินฟลูฯ ขอกินฟรีแลกรีวิว-ขู่รีดเงิน คาดเป็นมิจฉาชีพ ตร.ชี้ผิดฐานกรรโชกทรัพย์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *