เกาหลีใต้-สหรัฐฯ เปิดฉากซ้อมรบร่วมประจำปี

เกาหลีใต้-สหรัฐฯ ซ้อมรบร่วม ประจำปีได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในวันนี้ (9 มี.ค. 2569) โดยคณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (JCS) ระบุว่า การฝึกซ้อมครั้งนี้มุ่งเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันร่วมกันผ่านการปฏิบัติการในทุกมิติ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคคาบสมุทรเกาหลี
การซ้อมรบขนาดใหญ่ในชื่อ Freedom Shield จะดำเนินไปเป็นเวลา 11 วัน จนถึง 19 มี.ค. โดยนำสถานการณ์ภัยคุกคามสมจริงและบทเรียนจากความขัดแย้งล่าสุด เช่น สงครามในยูเครนและตะวันออกกลาง มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับความพร้อมรบของทั้งสองชาติพันธมิตร นอกจากนี้ ยังมีการฝึกภาคสนามชื่อ Warrior Shield เพื่อทดสอบความสามารถในการรบจริง
เกาหลีใต้-สหรัฐฯ ซ้อมรบร่วม: ลดจำนวนแต่เพิ่มคุณภาพ
แม้จำนวนการฝึกภาคสนามจะลดลงเหลือ 22 ครั้ง จาก 51 ครั้งในปีที่แล้วภายใต้นโยบายของรัฐบาลยุน ซอกยอล แต่เนื้อหาการฝึกกลับเข้มข้นยิ่งขึ้น สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การซ้อมรบเกาหลีใต้-สหรัฐฯ ซ้อมรบร่วมครั้งนี้เน้นการยับยั้งอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยไม่จำลองสถานการณ์นิวเคลียร์โดยตรง แต่ฝึกกลยุทธ์ตอบโต้และป้องกันอย่างครอบคลุม
วัตถุประสงค์หลักของเกาหลีใต้-สหรัฐฯ ซ้อมรบร่วม
การซ้อมรบนี้ยังสนับสนุนแผนโอนย้ายอำนาจควบคุมปฏิบัติการสงคราม (OPCON) จากสหรัฐฯ สู่เกาหลีใต้ตามกำหนดการ โดยมุ่งให้เกาหลีใต้มีขีดความสามารถนำทัพได้อย่างอิสระมากขึ้น นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกกองบัญชาการสหประชาชาติ (UNC) จะเข้าร่วม ขณะที่คณะกรรมาธิการกำกับดูแลชาติเป็นกลาง (NNSC) จะสังเกตการณ์เพื่อให้แน่ใจว่าปฏิบัติตามข้อตกลงสงบศึกสงครามเกาหลี (1950-1953)
- เสริมศักยภาพป้องกันร่วมในทุกมิติ: บก ทะเล อากาศ และไซเบอร์
- ประยุกต์บทเรียนจากสงครามสมัยใหม่เพื่อความสมจริง
- ยับยั้งภัยนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
- เตรียมพร้อมโอน OPCON อย่างราบรื่น
- มี UNC และ NNSC เข้าร่วมเพื่อความโปร่งใส
ในช่วงหลัง เกาหลีเหนือเพิ่มการทดสอบขีปนาวุธและพัฒนานิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง ทำให้การซ้อมรบเกาหลีใต้-สหรัฐฯ ซ้อมรบร่วมมีความสำคัญยิ่งขึ้น พันธมิตรทั้งสองต้องการส่งสัญญาณชัดเจนถึงความเป็นเอกภาพและความมุ่งมั่นในการปกป้องเสรีภาพ
ประวัติศาสตร์และความสำคัญของการซ้อมรบเกาหลีใต้-สหรัฐฯ
การซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ มีมานานกว่า 70 ปี นับตั้งแต่สงครามเกาหลี โดยเดิมชื่อ Ulchi Freedom Guardian ก่อนเปลี่ยนเป็น Freedom Shield ในปี 2023 เพื่อลดขนาดแต่เพิ่มความเข้มข้น ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซีย-เกาหลีเหนือที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น การฝึกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธหลายลูกเมื่อต้นปี ถือเป็นการตอบโต้ทางทหารที่ชาญฉลาด
นอกจากนี้ เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น โดรน AI และระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD จะถูกทดสอบในสนามจริง ช่วยให้กองทัพทั้งสองชาติปรับตัวเข้ากับสงครามยุคใหม่ได้ดีขึ้น
ผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชีย
การซ้อมรบเกาหลีใต้-สหรัฐฯ ไม่เพียงเสริมเขี้ยวเล็บให้พันธมิตร แต่ยังช่วยรักษาสมดุลอำนาจในเอเชียตะวันออก จีนและรัสเซียมักวิจารณ์ว่าเป็นการยั่วยุ แต่สำหรับเกาหลีใต้และสหรัฐฯ มันคือการจำเป็นเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การซ้อมรบครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอเมริกาในการปกป้องพันธมิตรเอเชีย ท่ามกลางการแข่งขันมหาอำนาจ การฝึกที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณจะช่วยให้เกาหลีใต้ก้าวสู่การเป็นชาติปกป้องตัวเองได้เต็มรูปแบบ หากคุณสนใจพัฒนาการของภูมิภาคนี้ ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวสารล่าสุดและวิเคราะห์เชิงลึก!
ที่มา – เกาหลีใต้-สหรัฐฯ เปิดฉากซ้อมรบร่วมประจำปี เสริมเขี้ยวเล็บป้องกันพันธมิตรยามศึก