“ฮุน มาเนต” ปฏิเสธรัฐบาลกัมพูชาเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์

คุณรู้ไหมว่า ฮุน มาเนต ปฏิเสธแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อย่างชัดเจนในสัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าว AFP หรือไม่? ล่าสุด นาย ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาลูกชายของอดีตนายกฯ ฮุน เซน ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลกัมพูชามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในภูมิภาคนี้ โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ จากกิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้เลย
แก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาของกัมพูชาเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคนไทยจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อการโกงเงินออนไลน์ ผ่านรูปแบบหลอกลวงหลากหลาย เช่น หลอกลงทุน หลอกรัก หรือแม้กระทั่งหลอกให้ทำงานในต่างประเทศแล้วกลายเป็นแรงงานทาส ฮุน มาเนต เน้นย้ำว่าเครือข่ายเหล่านี้คือ “เศรษฐกิจมืด” ที่กำลังกัดกินเศรษฐกิจที่สุจริตของกัมพูชา ทำให้ชื่อเสียงบนเวทีโลกเสียหาย ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนต่างชาติชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
ฮุน มาเนต ปฏิเสธแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ในคำให้สัมภาษณ์ ฮุน มาเนต ปฏิเสธแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยตรง โดยระบุว่ารัฐบาลกัมพูชากำลังดำเนินการกวาดล้างอย่างจริงจัง แม้ว่าจะยอมรับว่าขบวนการนี้อาจช่วยกระตุ้นธุรกิจบางส่วนหรือสร้างงานทางอ้อม แต่รายได้หลักไม่ได้ไหลเข้ารัฐบาลเลยสักนิด "เราต้องกำจัดมันให้สิ้นซาก" ฮุน มาเนต กล่าวอย่างหนักแน่น เพราะปัญหานี้กำลังทำลายภาพลักษณ์ของกัมพูชาที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัวหลังโควิด-19
ยันไม่รู้ “เฉิน จื้อ” คือตัวการใหญ่
อีกประเด็นสำคัญคือกรณี เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีเชื้อสายจีนเจ้าของ Prince Group ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเบื้องหลังศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่ ฮุน มาเนต ชี้แจงว่า "เราไม่รู้เลยว่าเขาคือตัวการใหญ่" เพราะการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นไม่พบอะไรผิดปกติ ชายคนนี้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำธุรกิจในหลายประเทศรวมถึงอังกฤษ แต่เมื่อมีข้อกล่าวหาจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรที่คว่ำบาตร Prince Group ว่ามีส่วนในค้ามนุษย์และฉ้อโกงออนไลน์ รัฐบาลกัมพูชาก็ดำเนินการทันที ส่งตัวกลับจีนในที่สุด
ผลกระทบและมาตรการปราบปราม
ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาไม่ได้เกิดขึ้นใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่อย่างโพยเปตและสีหนุวิลล์ที่กลายเป็นฐานหลัก แต่ ฮุน มาเนต ปฏิเสธแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และมุ่งมั่นปราบปรามเพราะเห็นผลเสียชัดเจน นี่คือผลกระทบหลักๆ:
- ทำลายชื่อเสียง: กัมพูชาถูกมองเป็นแหล่งสแกม ทำให้การท่องเที่ยวลดลง นักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่อังกฤษ สหรัฐฯ จนถึงไทยต่างหวาดกลัว
- กระทบเศรษฐกิจ: นักลงทุนต่างชาติลังเล ธุรกิจถูกตีตราว่าไม่น่าเชื่อถือ
- ค้ามนุษย์: แรงงานจากจีน ลาว ไทย เมียนมา ถูกหลอกมาทำงานผิดกฎหมาย บางรายถูกทรมาน
- ผลต่อเพื่อนบ้าน: คนไทยเสียหายปีละหลายหมื่นล้านบาท
รัฐบาลกัมพูชาได้เพิ่มมาตรการ เช่น จับกุมผู้ต้องหานับพัน รื้อศูนย์ call center กว่า 100 แห่ง และร่วมมือกับ Interpol รวมถึงไทยในการสืบสวนข้ามชาติ นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลที่ถูกกฎหมายเพื่อทดแทน "เศรษฐกิจมืด" นี้ด้วย
การที่ฮุน มาเนต ออกมาปฏิเสธชัดเจนแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้นำรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์กัมพูชาให้เป็นประเทศที่น่าลงทุนและท่องเที่ยวจริงๆ ไม่ใช่แค่ข่าวสแกมไปวันๆ ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับภูมิภาคอาเซียนทั้งหมด
คุณเคยตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากกัมพูชาหรือไม่? หรือมีประสบการณ์อะไรแชร์ได้บ้าง คอมเมนต์ด้านล่างเลยนะ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ ให้ระวังตัวด้วย!
ที่มา – “ฮุน มาเนต” ปฏิเสธรัฐบาลกัมพูชาเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยันไม่รู้ “เฉิน จื้อ” คือตัวการใหญ่