อิหร่าน ไฟเขียว เรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว
อิหร่าน ไฟเขียว ให้เรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว เป็นข่าวดีที่สร้างความโล่งใจให้กับภาคธุรกิจและการค้าของไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียด ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก ได้กลายเป็นจุดร้อนจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับชาติอื่นๆ แต่ด้วยดีพลомаซีของไทย เรือสินค้าของเราก็สามารถผ่านไปได้อย่างปลอดภัย
อิหร่าน ไฟเขียว ให้เรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก IR Iran Embassy in Bangkok Thailand ระบุว่า “เราขอแจ้งให้ประชาชนชาวไทยทราบว่า ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสองประเทศของเราและรัฐสุลต่านโอมาน เรือไทยลำหนึ่งได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างสงบสุข เราให้ความสำคัญกับมิตรภาพของเรา และจะไม่ลืมมิตรสหายของเรา” ข้อความนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและอิหร่านที่ยั่งยืน แม้ในช่วงวิกฤต
การเจรจาของไทยนำไปสู่ความสำเร็จ
ก่อนหน้านี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้แถลงข่าวยืนยันว่า ไทยได้หารือกับทูตอิหร่านอย่างเร่งด่วน โดยย้ำว่าประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งในสงครามใดๆ และขอให้อำนวยความสะดวกแก่เรือไทยที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทางอิหร่านรับปากทันที และขอชื่อเรือเพื่อตรวจสอบ ปัจจุบันกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งชื่อเรือไปแล้ว 2 ลำ ได้แก่
- เรือของบริษัท บางจากปิโตรเลียม
- เรือของ SCG Chemicals
และเรือของบางจากก็ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปอย่างปลอดภัยแล้ว สิ่งนี้พิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของการทูตไทยที่เน้นการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี
ช่องแคบฮอร์มุซสำคัญอย่างไรต่อการค้าโลกและไทย
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นประตูสู่ทะเล阿拉伯และอ่าวเปอร์เซีย มีความกว้างเพียง 33 กิโลเมตร แต่รองรับการขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก หรือประมาณ 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากปิดกั้นจะกระทบราคาน้ำมันทั่วโลกอย่างหนัก สำหรับไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและส่งออกสินค้าเคมีภัณฑ์ การผ่านช่องแคบนี้จึงสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะเรือสินค้าของบริษัทชั้นนำอย่างบางจากและ SCG ที่ขนส่งสินค้าอุตสาหกรรม
ในช่วงที่อิหร่านประกาศควบคุมช่องแคบเนื่องจากความตึงเครียดกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ทำให้เรือหลายชาติต้องเลี่ยงทาง แต่ไทยใช้มิตรภาพเก่าแก่ที่มีกับอิหร่านตั้งแต่สมัยสงครามเย็น มาสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งการค้าสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภค และพลังงาน
นอกจากนี้ ความสำเร็จนี้ยังช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้ธุรกิจไทย ลดความเสี่ยงจากค่าระวางเรือที่พุ่งสูง หากเรือต้องอ้อมแอฟริกา ต้นทุนจะเพิ่ม 30-50% ส่งผลดีต่อผู้บริโภคไทยในระยะยาว
จากมุมมองผู้เขียน การที่สถานทูตอิหร่านย้ำถึง “มิตรภาพสองประเทศ” แสดงให้เห็นว่าดีพลомаซีไทยกำลังไปได้สวย โดยเฉพาะในยุคที่โลกแบ่งขั้ว เราควรต่อยอดความสัมพันธ์นี้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เช่น เพิ่มการลงทุนร่วมกันในโครงการพลังงานสะอาดหรือการค้าไร้พรมแดน
หากคุณเป็นนักธุรกิจหรือสนใจข่าวต่างประเทศ ลองติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากเรา และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข่าวดีนี้ด้วยนะครับ!
ที่มา – อิหร่าน ไฟเขียว ให้เรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ย้ำให้ความสำคัญกับมิตรภาพ 2 ประเทศ