อิหร่าน-โอมาน หารือล่วงหน้า ก่อนเจรจานิวเคลียร์รอบ 3

สถานการณ์ด้านการทูตในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ เมื่ออิหร่าน-โอมาน หารือล่วงหน้า ก่อนเปิดฉากเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน รอบสามที่เจนีวา ได้เกิดขึ้นแล้วในคืนวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 การพบปะครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกก่อนที่การเจรจารอบใหม่จะเริ่มต้นในวันถัดมา ณ เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแก้ไขปัญหานิวเคลียร์ที่ยืดเยื้อมานาน
อิหร่าน-โอมาน หารือล่วงหน้า ก่อนเปิดฉากเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน รอบสามที่เจนีวา
ซัยยิด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยอิหร่าน ได้เดินทางเข้าพบปะกับ ซัยยิด บาดร์ บิน ฮามัด บิน ฮามูด อัลบูไซดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยโอมาน ทันทีที่ถึงเจนีวา แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศไทยอิหร่านระบุว่า การหารือครั้งนี้มุ่งชี้แจงจุดยืนของอิหร่านในประเด็นโปรแกรมนิวเคลียร์และการเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่กดดันเศรษฐกิจอิหร่านมานานหลายปี
อารักชีได้ขอบคุณโอมานอย่างมากสำหรับบทบาทผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นกลางและมีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่าความสำเร็จของการเจรจาขึ้นอยู่กับความจริงใจของสหรัฐฯ ในการหลีกเลี่ยงถ้อยแถลงที่ขัดแย้งและการเสริมกำลังทหารในภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น
บทบาทสำคัญของโอมานในการอิหร่าน-โอมาน หารือล่วงหน้า
อัลบูไซดี จากโอมาน ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสานต่อบทบาทคนกลาง โดยยกย่องความเพียรพยายามของอิหร่านในการเลือกเส้นทาง外交แทนการเผชิญหน้า เขาแสดงความหวังว่าการเจรจาจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าพอใจสำหรับทุกฝ่าย โอมานซึ่งมีสัมพันธ์อันดีกับทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ มักถูกเลือกเป็นเวทีเจรจา เช่น รอบแรกเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่กรุงมัสกัต และรอบที่สองวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่เจนีวา
ประวัติการเจรจานิวเคลียร์รอบก่อนหน้า
การเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามฟื้นฟูข้อตกลง JCPOA (Joint Comprehensive Plan of Action) ที่เคยลงนามในปี 2558 แต่ถูกสหรัฐฯ ภายใต้โดนัลด์ ทรัมป์ ถอนตัวในปี 2561 นำไปสู่การที่อิหร่านเพิ่มระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
- รอบที่ 1: 6 ก.พ. 2569 ที่มัสกัต โอมาน – การเปิดตัวเจรจาเบื้องต้น
- รอบที่ 2: 17 ก.พ. 2569 ที่เจนีวา – หารือประเด็นหลัก
- รอบที่ 3: 26 ก.พ. 2569 ที่เจนีวา – ท่ามกลางความตึงเครียดจากกำลังทหารสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย
ปัจจุบัน สหรัฐฯ ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินและกองกำลังเพิ่มเติมไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันตก เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากกลุ่มพันธมิตรของอิหร่าน เช่น ฮูธีในเยเมนและฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
จุดยืนของอิหร่านและความท้าทาย
อิหร่านยืนกรานว่าจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดัน และเรียกร้องให้สหรัฐฯ กลับสู่ JCPOA ก่อนจึงจะหยุดโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการการรับประกันที่เข้มงวดยิ่งขึ้น มาตรการคว่ำบาตรทำให้ GDP อิหร่านหดตัวกว่า 10% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันและค่าครองชีพของประชาชน
นอกจากนี้ การอิหร่าน-โอมาน หารือล่วงหน้า ก่อนเปิดฉากเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน รอบสามที่เจนีวายังช่วยประสานจุดยืนระหว่างชาติอาหรับกับอิหร่าน ซึ่งอาจลดความเสี่ยงสงครามในภูมิภาค
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและภูมิภาค
หากเจรจาสำเร็จ ราคาน้ำมันโลกอาจลดลงเนื่องจากอิหร่านจะกลับมาส่งออกได้เต็มที่ ส่งผลดีต่อผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่นำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางกว่า 80% ขณะเดียวกัน ความสำเร็จจะช่วยเสริมเสถียรภาพในอ่าวเปอร์เซีย ลดภัยคุกคามต่อเส้นทางค้าขายสำคัญ
อย่างไรก็ตาม หากล้มเหลว ความตึงเครียดอาจนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก
จากมุมมองของนักวิเคราะห์ การเจรจาครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย โดยเฉพาะภายใต้รัฐบาลโจ ไบเดนที่ต้องการผลงาน外交 legacy คุณคิดอย่างไรกับอิหร่าน-โอมาน หารือล่วงหน้า ก่อนเปิดฉากเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน รอบสามที่เจนีวา ครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามอัปเดตล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ!
ที่มา – อิหร่าน-โอมาน หารือล่วงหน้า ก่อนเปิดฉากเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน รอบสามที่เจนีวา