อิหร่านเรียกทูต EU เข้าพบ ประท้วง IRGC

อิหร่านเรียกทูต EU เข้าพบ ประท้วงขึ้นบัญชี IRGC เป็นองค์กรก่อการร้าย
เหตุการณ์อิหร่านเรียกทูต EU เข้าพบ ประท้วงขึ้นบัญชี IRGC เป็นองค์กรก่อการร้ายกำลังเป็นประเด็นร้อนในเวทีการทูตระหว่างประเทศ ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศไทยอิหร่านได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า มาจิด ทักต์ ราวันชี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายกิจการการเมือง พร้อมด้วยอธิบดีกรมที่เกี่ยวข้อง ได้เรียกคณะทูตจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เข้าพบเพื่อแสดงความประท้วงอย่างเป็นทางการ
อิหร่านมองว่า การตัดสินใจของ EU ที่เพิ่มกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เข้าบัญชีดำองค์กรก่อการร้ายนั้น เป็นความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ และเป็นการดูหมิ่นที่ไม่อาจให้อภัยได้ คณะทูต EU ได้รับฟังข้อเรียกร้องดังกล่าวและให้คำมั่นว่าจะรีบรายงานต่อรัฐบาลของตนโดยด่วน
พื้นหลังเหตุการณ์อิหร่านเรียกทูต EU เข้าพบ
ก่อนหน้านี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว EU ได้ประชุมและตัดสินใจขึ้นบัญชี IRGC ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังทหารหลักของอิหร่าน โดย IRGC มีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงภายในและสนับสนุนนโยบายต่างประเทศของเตหะราน รวมถึงกิจกรรมในตะวันออกกลาง เช่น สนับสนุนกลุ่มฮูธีในเยเมนและฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน EU มองว่า IRGC มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายและการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงนำไปสู่การขึ้นบัญชีดังกล่าว
หลังจากนั้น กระทรวงการต่างประเทศไทยอิหร่านไม่รอช้า ได้เรียกเอกอัครราชทูต EU เข้าพบในวันอาทิตย์และจันทร์ โดยเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวง ยืนยันถึงการดำเนินการนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงของอิหร่าน
ปฏิกิริยารุนแรงจากผู้นำอิหร่าน
ไม่เพียงแต่กระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ยังได้ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวเมื่อวันอาทิตย์ โดยประกาศว่า อิหร่านจะถือกองทัพของประเทศสมาชิก EU เป็นกลุ่มก่อการร้ายด้วยเช่นกัน เพื่อตอบโต้มาตรการนี้ การตอบโต้ดังกล่าวอาจนำไปสู่การตอบโต้ทางกฎหมายและการทูตที่รุนแรงยิ่งขึ้น
- การเรียกทูตเข้าพบ: แสดงจุดยืนชัดเจนต่อ EU
- คำขู่จากประธานสภา: ขยายความขัดแย้งไปยังระดับทหาร
- ผลกระทบเศรษฐกิจ: อาจนำไปสู่การคว่ำบาตรเพิ่มเติม ส่งผลต่อการค้าน้ำมันและโครงการนิวเคลียร์
- ภูมิทัศน์ภูมิภาค: เพิ่มความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิสราเอลและสหรัฐฯ
IRGC ไม่ใช่แค่องค์กรทหารธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติอิสลามปี 1979 มีกำลังพลกว่า 1.5 แสนนาย และควบคุมเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของอิหร่าน การที่ EU ขึ้นบัญชีจึงเท่ากับการโจมตีหัวใจของระบอบการปกครองอิหร่าน
ผลกระทบและมุมมองอนาคต
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ความสัมพันธ์อิหร่าน-EU เสียหาย แต่ยังอาจกระทบต่อข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ที่กำลังเจรจาใหม่ อิหร่านอาจเร่งเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและขยายอิทธิพลในซีเรีย-อิรัก ขณะที่ EU ต้องเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่ขึ้นบัญชี IRGC มาตั้งแต่ปี 2019
จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์อิหร่านเรียกทูต EU เข้าพบ ประท้วงขึ้นบัญชี IRGC เป็นองค์กรก่อการร้าย เป็นสัญญาณของสงครามเย็นใหม่ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจลุกลามหากไม่มีฝ่ายใดยอมถอย ในฐานะนักติดตามข่าวสาร คุณควรจับตาการตอบโต้จากบรัสเซลส์และวอชิงตันต่อไป
ติดตามข่าวอัปเดตและวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญ!
ที่มา – อิหร่านเรียกทูต EU เข้าพบ ประท้วงขึ้นบัญชี IRGC เป็นองค์กรก่อการร้าย