อินเดียพร้อมอุ้มผู้ส่งออกเหล็กกล้า หลังภาษีคาร์บอน EU

ในยุคที่โลกให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มาตรการภาษีคาร์บอนของสหภาพยุโรป (EU) กำลังสร้างความท้าทายให้กับอุตสาหกรรมเหล็กกล้าทั่วโลก โดยเฉพาะอินเดียพร้อมอุ้มผู้ส่งออกเหล็กกล้า หลังได้รับผลกระทบจากภาษีคาร์บอนยุโรป ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่นักลงทุนและผู้ประกอบการไทยควรติดตาม เพราะอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเหล็กในภูมิภาคเอเชีย
อินเดียพร้อมอุ้มผู้ส่งออกเหล็กกล้า หลังได้รับผลกระทบจากภาษีคาร์บอนยุโรป
สันทีป เปาณฑริก ปลัดกระทรวงเหล็กกล้าของอินเดีย ได้ออกมาเปิดเผยในงานแถลงข่าวที่กรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า รัฐบาลอินเดียจะไม่นิ่งนอนใจต่อผลกระทบจากนโยบาย Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของ EU ซึ่งเป็นภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าที่ปล่อยคาร์บอนสูง เช่น เหล็กกล้า ซีเมนต์ และอะลูมิเนียม อุตสาหกรรมเหล็กกล้าอินเดียส่งออกไปยุโรปกว่า 2 ใน 3 ของยอดส่งออกทั้งหมด ทำให้ได้รับผลกระทบหนักหน่วง
แม้Recently อินเดียและ EU จะลงนามข้อตกลงการค้าที่ช่วยลดภาษีในบางภาคส่วน แต่ CBAM ยังคงบังคับใช้ต่อไปตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ส่งผลให้ผู้ส่งออกเหล็กกล้าต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก เปาณฑริกย้ำว่า “การส่งออกเหล็กกล้าจะยังคงเผชิญปัญหาจาก CBAM กำแพงภาษี โควตา และอุปสรรคอื่นๆ เราจำเป็นต้องเร่งแก้ไขทันที”
CBAM คืออะไร และทำไมอินเดียถึงได้รับผลกระทบหนัก
CBAM เป็นกลไกปรับคาร์บอนชายแดนที่ EU ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยในการผลิต โรงงานเหล็กกล้าอินเดียซึ่งยังพึ่งพาถ่านหินเป็นหลัก จึงถูกกระทบโดยตรง อินเดียเคยวิจารณ์นโยบายนี้อย่างรุนแรง โดยมองว่าเป็นอุปสรรคทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อประเทศกำลังพัฒนา
สถิติเผยว่า อินเดียเป็นผู้ส่งออกเหล็กกล้าอันดับต้นๆ ของโลก โดยในปีที่แล้วส่งออกมูลค่ากว่า 20 ล้านตันไป EU หากไม่ปรับตัว ต้นทุนการส่งออกอาจพุ่งสูงถึง 20-30% ส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้นและเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่งอย่างจีนหรือตุรกีที่ปรับตัวเร็วกว่า
มาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลอินเดีย
รัฐบาลอินเดียเตรียมมาตรการหลายประการเพื่ออินเดียพร้อมอุ้มผู้ส่งออกเหล็กกล้า หลังได้รับผลกระทบจากภาษีคาร์บอนยุโรป เช่น การให้เงินอุดหนุนเพื่อติดตั้งเทคโนโลยีลดคาร์บอน การเจรจากับ EU เพื่อผ่อนผันโควตา และส่งเสริมตลาดใหม่ในเอเชียและตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาเหล็กสีเขียว (Green Steel) โดยใช้ไฟฟ้าและไฮโดรเจนแทนถ่านหิน
- เงินสนับสนุนติดตั้งเทคโนโลยีสะอาด ลดคาร์บอนได้ 30%
- ลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบสำหรับผลิตเหล็กยั่งยืน
- ฝึกอบรมบุคลากรด้านพลังงานหมุนเวียน
- เจรจาข้อตกลงทวิภาคีกับ EU เพื่อยกเว้นบางสินค้า
มาตรการเหล่านี้คาดว่าจะช่วยให้ผู้ส่งออกเหล็กกล้าอินเดียฟื้นตัวได้ภายใน 2-3 ปี โดยรัฐบาลตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมเหล็ก 50% ภายในปี 2573
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทยและภูมิภาค
สำหรับประเทศไทยที่นำเข้าหลักเหล็กจากอินเดียและจีน นโยบายนี้อาจทำให้ราคาเหล็กในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ผู้ประกอบการก่อสร้างและยานยนต์ควรเตรียมแผนสำรองแหล่งนำเข้าจากเวียดนามหรือออสเตรเลีย นอกจากนี้ ไทยเองก็ควรเร่งพัฒนาเหล็กสีเขียวเพื่อรับมือมาตรการคล้ายๆ กันจาก EU ในอนาคต
อินเดียพร้อมอุ้มผู้ส่งออกเหล็กกล้า หลังได้รับผลกระทบจากภาษีคาร์บอนยุโรป แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของประเทศใหญ่ต่อแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกชาติ
ในมุมมองของผู้เขียน นโยบาย CBAM อาจเร่งให้อุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกเปลี่ยนสู่การผลิตที่ยั่งยืน แม้จะเจ็บปวดในระยะสั้น แต่จะสร้างโอกาสใหม่ๆ ในตลาดสีเขียว หากคุณเป็นนักลงทุนในภาคเหล็ก ลองพิจารณาหุ้นบริษัทที่ลงทุนในเทคโนโลยีลดคาร์บอนดูสิ ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลกเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้!
ที่มา – อินเดียพร้อมอุ้มผู้ส่งออกเหล็กกล้า หลังได้รับผลกระทบจากภาษีคาร์บอนยุโรป