อาซาฮีเลื่อนเผยผลประกอบการ เหตุโจมตีไซเบอร์
อาซาฮี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (Asahi Group Holdings) ผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศเลื่อนการเผยแพร่ผลประกอบการประจำปีออกไป หลังเผชิญเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ สร้างความเสียหายต่อระบบภายใน และอาจกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและพนักงานจำนวนมาก
อาซาฮีเลื่อนเผยผลประกอบการ เหตุโจมตีไซเบอร์
เหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อระบบภายในของอาซาฮีอย่างหนัก ทำให้การรายงานผลประกอบการประจำปีต้องล่าช้าออกไปกว่า 50 วัน อัตสึชิ คัตสึกิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ออกมาแถลงขอโทษต่อความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะประกาศวันเปิดเผยผลประกอบการใหม่เมื่อกำหนดวันได้แน่นอนแล้ว
นอกจากผลกระทบต่อการรายงานผลประกอบการแล้ว สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือ ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและพนักงานประมาณ 2 ล้านราย อาจรั่วไหลจากเซิร์ฟเวอร์ภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นความเสียหายที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก
ผลกระทบต่อยอดขายและห่วงโซ่อุปทาน
แม้ว่าอาซาฮีจะรายงานผลประกอบการบางส่วนในช่วง 9 เดือนแรกของปี ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน พบว่ายอดขายในยุโรปลดลง 3% เมื่อเทียบรายปี แต่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกลับเติบโต 3.1% โดยทั้งสองภูมิภาคไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยอดขายเบียร์ในญี่ปุ่นประจำเดือนตุลาคม ซึ่งเปิดเผยเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน แสดงให้เห็นว่ายอดขายของอาซาฮีลดลงเกือบ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่คู่แข่งอย่าง คิริน โฮลดิ้งส์ กลับมียอดขายเติบโตสูงถึง 19% สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการหยุดชะงักของระบบภายใน ต่อความสามารถในการแข่งขันของอาซาฮี
การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้ ส่งผลให้ระบบการจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่งสินค้าของอาซาฮีล่ม ทำให้บริษัทต้องหันมาใช้ระบบแมนนวลแทน ซึ่งส่งผลให้กระบวนการต่างๆ ช้าลง และเปิดโอกาสให้คู่แข่งเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดได้มากยิ่งขึ้น
คัตสึกิชี้แจงว่า บริษัทไม่ได้จ่ายเงินค่าไถ่ใดๆ ให้กับแฮกเกอร์ และคาดว่าจะสามารถกลับมาดำเนินการรับคำสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าได้ตามปกติภายในเดือนธันวาคม หลังจากที่ระบบกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และตั้งเป้าที่จะฟื้นฟูระบบขนส่งและโลจิสติกส์ครบวงจรภายในเดือนกุมภาพันธ์
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับอาซาฮีถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับองค์กรต่างๆ ในยุคดิจิทัล เกี่ยวกับความสำคัญของการลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ และการมีแผนสำรอง (Business Continuity Plan) ที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินและลดผลกระทบต่อธุรกิจให้ได้มากที่สุด การที่อาซาฮี เลื่อนเผยผลประกอบการ เป็นผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากเหตุการณ์นี้ และเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกองค์กรตระหนักถึงความเสี่ยงด้านไซเบอร์อย่างจริงจัง
ที่มา – Asahi เลื่อนเผยผลประกอบการ หลังเหตุโจมตีทางไซเบอร์ คาดข้อมูลลูกค้า-พนง. 2 ล้านรายรั่วไหล