ออกหมายจับ “ลี ยงพัด” อายัดทรัพย์ 400 ล้าน

ตำรวจไซเบอร์ออกหมายจับ “ลี ยงพัด” สมาชิกวุฒิสภากัมพูชา พร้อมสมุน รวม 5 คน ในข้อหา “สมคบ-ฟอกเงิน” หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ ปปง. สนธิกำลังปูพรมตรวจค้น 36 จุด ยึดทรัพย์สินเครือข่ายคนสนิทอดีตฮุนเซน อายัดห้องชุดหรูกลางกรุง ที่ดิน และเงินสดรวมมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท คาดนายกฯ แถลงผลปฏิบัติการพรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. และทีมสืบสวน ได้สนธิกำลังกับสำนักงาน ปปง. เปิดปฏิบัติการตรวจค้นและยึดทรัพย์สินครั้งใหญ่

ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายของนายพัด สุภาภา หรือ ลี ยงพัด สมาชิกวุฒิสภาและนักธุรกิจชาวกัมพูชาเชื้อสายจีน โดยเข้าตรวจค้น 36 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดตราด ซึ่งนายลี ยงพัด เป็นเจ้าของบริษัทแอลวายพี กรุ๊ป (LYP Group)

จากการตรวจค้นอาคารชุดหรูย่านสุขุมวิท 2 ห้อง เจ้าหน้าที่ไม่พบผู้อยู่อาศัย พบเพียงนิติบุคคลอาคารชุด จึงได้ทำการตรวจยึดเอกสารทรัพย์สินภายในห้อง นอกจากนี้ยังได้ตรวจยึดที่ดินใน ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมือง จังหวัดตราด มูลค่า 5 ล้านบาท และเงินสดในบัญชีธนาคารกว่า 88.2 ล้านบาท

ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่ตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบพบว่า นายลี ยงพัด หรือนายพัด สุภาภา และพวก มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ โดยมีการแบ่งงานกันทำในลักษณะของการรับผลประโยชน์และการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำผิด

เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดในเครือข่ายนี้รวม 5 ราย ประกอบด้วย นายพัด สุภาภา อายุ 67 ปี, นายโชคชัย สุภาภา อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดกับนายพัด และชาวจีนอีก 3 ราย ในความผิดฐาน “สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ให้มีการสมคบกัน และร่วมกันกันฟอกเงิน“

รัฐบาล โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ โดยยกเป็นวาระแห่งชาติ และสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกวาดล้างผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง คาดการณ์ว่าในวันพรุ่งนี้ จะมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีนี้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ออกหมายจับ “ลี ยงพัด”

ความเชื่อมโยงของ “ลี ยงพัด” กับสแกมเมอร์

คดีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของอาชญากรรมทางไซเบอร์ และความเชื่อมโยงกับบุคคลที่มีชื่อเสียง การปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

หากคุณสงสัยว่าอาจตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือสแกมเมอร์ อย่าลังเลที่จะแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที การแจ้งความรวดเร็วอาจช่วยป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม และนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้

ที่มา – ออกหมายจับ“ ลี ยงพัด” สว.กัมพูชา-สมุน บุกค้น 36 จุด อายัดห้องชุดกลางกรุง-ที่ดินเงินกว่า 400 ล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *