อนุทินเตือนภาคใต้รับมือฝนหนัก 5 ต.ค.

อนุทินเตือนภาคใต้รับมือฝนหนัก 5 ต.ค. หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่า หลายพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปจนถึงจังหวัดนราธิวาสอาจมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักต่อเนื่อง ประชาชนจึงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมตัวรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ของตนเอง

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ บกปภ.ช. เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศทั่วประเทศ โดยระบุว่า ในช่วงก่อนหน้านี้ฝนไม่ได้ตกลงมาเติมปริมาณน้ำมากนัก ทำให้ภาพรวมสถานการณ์น้ำดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมเป็นต้นไป ฝนจะเริ่มก่อตัวมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้

อนุทินเตือนภาคใต้รับมือฝนหนัก 5 ต.ค.

นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์จำเป็นสำหรับประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก การเตรียมการล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว หากเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่

ประเด็นสำคัญอีกเรื่องคือศูนย์พักพิงชั่วคราว นายอนุทินย้ำว่า ศูนย์พักพิงไม่ควรเป็นเพียงสถานที่สำหรับให้ประชาชนหลบฝนหรือซุกตัวอยู่ชั่วคราวเท่านั้น แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่มีมาตรฐานและเหมาะสมต่อการอยู่อาศัย โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องขอความร่วมมือให้ประชาชนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการปฏิบัติงาน

อนุทินเตือนภาคใต้รับมือฝนหนัก 5 ต.ค. พร้อมดูแลศูนย์พักพิง

ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งได้รับมอบหมายให้ใส่ใจรายละเอียดของศูนย์พักพิงเป็นพิเศษ ภายในศูนย์ควรมีพื้นที่นอนที่เหมาะสม อาหารและน้ำสะอาด เครื่องนอน เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ ที่สำคัญคือห้องน้ำต้องสะอาดและมีจำนวนเหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าพัก เพราะสุขอนามัยเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในช่วงเกิดภัยพิบัติ

สำหรับการคาดการณ์ปริมาณฝนในภาคใต้ กรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่าหลายพื้นที่อาจมีฝนอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง โดยบางจุดปรากฏเป็นพื้นที่สีส้มและสีแดงบนแผนที่พยากรณ์อากาศ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นการคาดการณ์ จึงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศจริง นายกรัฐมนตรีจึงขอให้หน่วยงานต่าง ๆ เตรียมพร้อมไว้ก่อน และไม่ประมาทกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

พื้นที่ที่ต้องติดตามเป็นพิเศษครอบคลุมตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ที่อาจได้รับอิทธิพลจากกลุ่มฝน โดยคาดว่าฝนอาจเพิ่มความหนาแน่นขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม และมีแนวโน้มตกหนักมากขึ้นในช่วงวันที่ 10-12 ตุลาคม ทั้งนี้ ประชาชนควรตรวจสอบประกาศเฉพาะพื้นที่ เพราะแต่ละจังหวัดอาจได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน

สำหรับจังหวัดสงขลาและพื้นที่หาดใหญ่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องติดตามระดับน้ำและปริมาณฝนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีชุมชนหนาแน่นและมีเส้นทางคมนาคมสำคัญ หากฝนตกสะสมเป็นเวลานาน อาจเกิดน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก หรือกระทบต่อการเดินทางได้ ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ทางน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือบริเวณที่เคยเกิดน้ำท่วม ควรเตรียมเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์จำเป็นไว้ในจุดที่หยิบได้ง่าย

การเตรียมตัวของประชาชนก่อนฝนตกหนัก

ประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมได้หลายวิธี โดยเริ่มจากการติดตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ไม่มีแหล่งที่มา เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

  • ตรวจสอบหลังคา รางน้ำ ประตู หน้าต่าง และจุดที่อาจมีน้ำรั่วซึม
  • ยกเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ และสิ่งของมีค่าไว้ในที่สูง
  • เตรียมอาหารแห้ง น้ำดื่ม ยาสามัญ ยาประจำตัว ไฟฉาย และแบตเตอรี่สำรอง
  • ชาร์จโทรศัพท์มือถือให้พร้อม และบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานในพื้นที่
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วม ทางน้ำไหลเชี่ยว และเส้นทางที่มีดินถล่ม
  • หากเจ้าหน้าที่ประกาศให้อพยพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำทันทีและไม่ฝ่าฝืนเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง

ด้านการบริหารจัดการน้ำ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมอุปกรณ์ระบายน้ำและเรือผลักดันน้ำเพื่อช่วยเหลือหลายจังหวัด โดยกองทัพเรือมีเรือผลักดันน้ำประมาณ 100 ลำสำหรับกระจายไปยังพื้นที่ที่จำเป็น นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานระหว่างกรุงเทพมหานครกับรัฐบาล รวมถึงการประชุมติดตามสถานการณ์เป็นประจำ เพื่อให้ทุกหน่วยงานเห็นข้อมูลชุดเดียวกันและสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

แม้ภาคกลางและภาคเหนือจะยังไม่พบปริมาณฝนมากตามการประเมินในช่วงเวลาดังกล่าว แต่หน่วยงานรัฐยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพราะสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว การติดตามข้อมูลจากเรดาร์ตรวจอากาศและรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาจึงมีความสำคัญต่อการวางแผนรับมือทั้งในระดับประเทศและระดับชุมชน

นายอนุทินยังขอให้ประชาชนยึดข้อมูลจากการแถลงอย่างเป็นทางการของรัฐบาล กรมอุตุนิยมวิทยา โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานราชการเป็นหลัก แม้บนสื่อสังคมออนไลน์จะมีเพจอิสระเผยแพร่ข้อมูลสภาพอากาศจำนวนมาก แต่ข้อมูลเหล่านั้นอาจมีวิธีประเมินหรือการนำเสนอที่แตกต่างกัน ประชาชนจึงควรตรวจสอบกับแหล่งข่าวทางการก่อนตัดสินใจหรือส่งต่อ

โดยสรุป อนุทินเตือนภาคใต้รับมือฝนหนัก 5 ต.ค. เป็นการเตือนให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมล่วงหน้า ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเกิดเหตุรุนแรงในทุกพื้นที่ ประชาชนควรติดตามประกาศล่าสุด เตรียมของจำเป็น และพูดคุยวางแผนกับคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ การรับข้อมูลอย่างมีสติและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ชุมชนรับมือฝนหนักได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

ที่มา – อนุทิน เตือน ภาคใต้ เตรียมรับมือฝนหนัก 5 ต.ค. ขอประชาชนฟังข้อมูลภาครัฐเป็นหลัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *