อนุทินสั่งผวจ.ใต้รับมือ ต.ค.-ธ.ค.
อนุทินสั่งผวจ.ใต้รับมือ ต.ค.-ธ.ค. หลังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยกำชับให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือฝนและปริมาณน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี แม้ภาพรวมหลายพื้นที่จะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีชุมชนบางแห่งที่ได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
การประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติครั้งนี้ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำท่วมและวางแนวทางช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมมากที่สุด
อนุทินสั่งผวจ.ใต้รับมือ ต.ค.-ธ.ค. อย่างไม่ประมาท
นายอนุทินระบุว่า แม้ภาพรวมสถานการณ์จะมีแนวโน้มดีขึ้นจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน แต่ไม่ควรปล่อยให้ภาพรวมดังกล่าวบดบังปัญหาในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมหนัก โดยเฉพาะชุมชนที่ประสบปัญหาการระบายน้ำ การเดินทาง และการเข้าถึงสิ่งของจำเป็น รัฐบาลจึงต้องเร่งเติมความช่วยเหลือให้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการสูบน้ำ การจัดส่งเครื่องอุปโภคบริโภค หรือการดูแลกลุ่มเปราะบาง
สำหรับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้เตรียมพร้อมทุกด้าน เพราะช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมถือเป็นช่วงที่หลายพื้นที่อาจมีฝนตกต่อเนื่องและมีปริมาณน้ำมาก แม้ตัวเลขฝนในช่วงต้นเดือนจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่สถานการณ์สภาพอากาศยังเปลี่ยนแปลงได้ จึงไม่ควรประมาทหรือรอให้เกิดเหตุรุนแรงก่อนจึงเริ่มดำเนินการ
อนุทินสั่งผวจ.ใต้รับมือ ต.ค.-ธ.ค. พร้อมจัดการขยะหลังน้ำลด
อีกประเด็นที่ถูกเน้นย้ำคือการจัดการขยะหลังน้ำลด เมื่อประชาชนทยอยทำความสะอาดบ้านและนำสิ่งของที่เสียหายออกมาทิ้ง ปริมาณขยะในชุมชนจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากไม่มีแผนจัดเก็บที่ดี ขยะเหล่านี้อาจกีดขวางการจราจร ส่งกลิ่นเหม็น เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และที่สำคัญอาจไหลไปอุดตันท่อระบายน้ำหรือทางน้ำจนทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำ
นายอนุทินจึงขอให้พื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายเร่งจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่ง โดยประสานเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล หน่วยงานทหาร ภาคเอกชน และอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อช่วยกันเก็บขยะ ทำความสะอาดถนน ล้างตลาด ชุมชน โรงเรียน และพื้นที่สาธารณะ การดำเนินงานควรเริ่มทันทีหลังระดับน้ำลด เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว
- เร่งสำรวจปริมาณขยะและจุดที่ต้องจัดเก็บเป็นพิเศษ
- แยกขยะทั่วไป ขยะเปียก เศษวัสดุ และของเสียอันตรายให้เหมาะสม
- เปิดเส้นทางสัญจรและตรวจสอบท่อระบายน้ำไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง
- จัดทีมบิ๊กคลีนนิ่งในชุมชน โรงเรียน ตลาด และพื้นที่สาธารณะ
- แจ้งขอสนับสนุนเครื่องจักร รถบรรทุก หรือกำลังคนเมื่อเกินศักยภาพของพื้นที่
การจัดการขยะหลังน้ำท่วมไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น ประชาชนสามารถช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่ได้ด้วยการคัดแยกขยะและนำไปวางในจุดที่จังหวัดหรือท้องถิ่นกำหนด ไม่ควรนำขยะไปทิ้งลงคลอง คูระบายน้ำ หรือริมถนน เพราะอาจทำให้ระบบระบายน้ำทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และสร้างปัญหาให้คนในชุมชนโดยรวม
ด้านการรับมือฝนระลอกใหม่ หน่วยงานท้องถิ่นควรตรวจสอบเครื่องสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ คันกั้นน้ำ และอุปกรณ์ช่วยเหลือให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน รวมถึงเตรียมสถานที่พักพิง อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และยานพาหนะสำหรับเคลื่อนย้ายประชาชน โดยต้องให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และผู้พิการเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ ควรสื่อสารข้อมูลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องและเข้าใจง่าย ทั้งเรื่องพยากรณ์อากาศ ระดับน้ำ จุดเสี่ยง เส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยง และช่องทางขอความช่วยเหลือ การแจ้งเตือนที่รวดเร็วจะช่วยให้ครอบครัวมีเวลาเตรียมของจำเป็น ย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง และเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงได้ก่อนสถานการณ์รุนแรง
การประชุมครั้งนี้สะท้อนว่าการบริหารจัดการน้ำท่วมจำเป็นต้องทำทั้งระยะเร่งด่วนและระยะฟื้นฟู ระยะเร่งด่วนคือการช่วยเหลือผู้ที่ยังเดือดร้อนและเร่งระบายน้ำ ส่วนระยะฟื้นฟูคือการทำความสะอาด ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ฟื้นฟูอาชีพ และป้องกันไม่ให้ขยะหรือสิ่งกีดขวางกลับมาสร้างปัญหาซ้ำ
แม้ฝนในช่วงที่ผ่านมาอาจไม่มากเท่าที่คาดการณ์ แต่สภาพอากาศในช่วงตุลาคมถึงธันวาคมยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คำเตือนของ อนุทินสั่งผวจ.ใต้รับมือ ต.ค.-ธ.ค. จึงเป็นการย้ำให้ทุกฝ่ายเตรียมแผนล่วงหน้า ไม่รอให้เกิดน้ำท่วมแล้วค่อยแก้ไข เพราะการเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ช่วยลดความเสียหายและทำให้การช่วยเหลือประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในมุมของประชาชน การเตรียมถุงยังชีพขนาดเล็ก ตรวจสอบเส้นทางหนีภัย เก็บเอกสารสำคัญในถุงกันน้ำ และติดตามประกาศจากทางราชการ เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยากและมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำ คลอง พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือบริเวณที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำ การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น และชุมชนจะช่วยให้ทุกคนผ่านช่วงฝนมากไปได้อย่างปลอดภัย
ข้อคิดสำคัญคือ อย่ารอให้วิกฤติเกิดขึ้นก่อนเตรียมตัว ทุกหน่วยงานควรทำตามแผน ตรวจสอบความพร้อม และสื่อสารกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ประชาชนก็ควรช่วยกันดูแลพื้นที่ ไม่ทิ้งขยะลงทางน้ำ และแจ้งเหตุผิดปกติให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที หากทุกฝ่ายร่วมมือกันจริงจัง การรับมือฝนและน้ำท่วมในช่วงปลายปีจะมีโอกาสลดความเสียหายและสร้างความปลอดภัยให้ชุมชนได้มากขึ้น
ที่มา – อนุทิน สั่งผวจ.ใต้รับมือ ต.ค.-ธ.ค.นี้อย่าประมาท เร่งกำจัดขยะ อย่าปล่อยขวางทางน้ำ