อธิบดีรับงานยาก! เคลียร์ซากเครนถล่มพระราม 2 ใน 14 วัน
อธิบดีกรมทางหลวง รับงานยาก เคลียร์ซาก เครนถล่มพระราม 2 ตั้งเป้าเสร็จใน 14 วัน ย้ำต้องระวัง เหล็ก–คานหล่อพังไม่สมบูรณ์ สั่งระงับโครงการใช้ลอนเชอร์ ตรวจสอบความปลอดภัยทั้งหมด
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 16 ม.ค. 2568 ที่ถนนพระราม 2 ทางข้ามสะพานแม่น้ำท่าจีน จ.สมุทรสาคร นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวถึงขั้นตอนการเคลียร์พื้นผิวการจราจร บริเวณจุดเกิดเหตุเครนถล่มพระราม 2 ว่า ขณะนี้ทีมวิศวกรและทีมเทคนิค ของกรมทางหลวง และบริษัทผู้รับจ้างและวิศวกรรมสถานฯ ได้เข้ามาดูและวางแผนในการรื้อย้ายโครงสร้าง โครงเหล็กที่พังออกมา
โดยพยายามระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อนและทำให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งตอนนี้ได้อุปกรณ์เครนขนาด 500 ตัน 2 ตัว และเครนขนาด 200 ตัน อีกหลายตัว มาประจำการในพื้นที่แล้ว และได้เริ่มขั้นตอนดำเนินการยึดรั้งโครงสร้างที่อยู่ด้านบน ซึ่งอาจจะมีโอกาสร่วงหล่นลงมาได้

ดังนั้นจึงได้ทำการยึดรั้งไว้แล้ว รวมถึงการยึดรั้งโครงเหล็กที่อยู่ด้านบนด้วย ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่มีแผนในการตัดชิ้นส่วนบางส่วนและทยอยนำออกจากพื้นที่ โดยจะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังมากที่สุด
นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า ความยากของการปฏิบัติงานคือโครงเหล็กและชิ้นส่วนคานหล่อสำเร็จพังลงมา แต่ไม่ได้พังลงมาอย่างสมบูรณ์ เพราะยังมีโครงสร้างที่ติดค้างอยู่ ดังนั้นถ้าไม่วางแผนให้ดี แล้วเข้าไปดึงและหยิบชิ้นส่วนเลยอาจจะเกิดการดีดและล้มของโครงทรัชได้ เพราะบริเวณใกล้ๆยังมีพื้นที่การจราจรและมีสายไฟฟ้าอยู่สองข้างทาง จึงต้องให้ความระมัดระวัง รวมถึงระมัดระวังความปลอดภัยของทีมงานด้วย

นายปิยพงษ์ ยังบอกอีกว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเคลียร์ซากโครงสร้าง โครงเหล็กตั้งแต่ช่วงกลางวัน ซึ่งจะพยายามจะยึดรั้งโครงสร้างคอนกรีตด้านบนและโครงเหล็ก เพราะอย่างแรกก่อนจะตัดต้องยึดรั้งให้มั่นใจก่อนว่า หากมีการตัดแล้วจะไม่เกิดการดีดตัว โดยจะใช้เครื่องมือหนักในการดำเนินการ และมีกรอบระยะเวลาเคลียร์พื้นที่ตามแผนให้แล้วเสร็จไม่เกิน 14 วัน
ในส่วนของการจะมีการตรวจสอบจุดอื่นๆเพิ่มเติมหรือไม่นั้น นายปิยพงษ์ ระบุว่า โครงการตอนที่ 7 ของสัญญาได้สั่งให้หยุดงานทั้งหมดแล้ว ส่วนโครงการอื่นที่มีรูปแบบการก่อสร้างโดยใช้ลอนเชอร์ในการติดตั้งการยกระดับ ก็ได้สั่งให้หยุดทั้งหมด เพื่อมาตรวจสอบดูว่า การติดตั้งอุปกรณ์มีระดับความปลอดภัยเพียงพอหรือยัง เพราะมีหลายสัญญาที่ใช้ลักษณะแบบนี้ ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญเรื่องของความปลอดภัย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งชัดเจนเรื่องความปลอดภัยสาธารณะ เพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อประชาชน โดยกรมทางหลวง อยู่ระหว่างการตรวจสอบการใช้คำสั่งทางปกครอง เพื่อนำไปสู่การบอกเลิกสัญญา และได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อมาหาสาเหตุแล้ว โดยมีกรอบระยะเวลาประมาณ 7 วัน ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็มีการตั้งคณะกรรมการของกระทรวงด้วย เท่ากับว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมี 2 ชุด คือของกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อธิบดีกรมทางหลวง รับงานยาก เคลียร์ซาก เครนถล่มพระราม 2 ตั้งเป้าเสร็จใน14วัน
การเคลียร์ซากเครนถล่มพระราม 2 ครั้งนี้ ถือเป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากความซับซ้อนของโครงสร้างที่เสียหาย และข้อจำกัดด้านพื้นที่ แต่ด้วยความมุ่งมั่นของทีมงานและความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทำให้มีความหวังว่าจะสามารถเปิดการจราจรได้ตามกำหนด
ความคืบหน้าล่าสุดในการเคลียร์ซากเครนถล่มพระราม 2
อธิบดีกรมทางหลวงได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าล่าสุดในการ เคลียร์ซากเครนถล่มพระราม 2 ว่าทีมงานกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ มีการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่และเทคนิคพิเศษในการรื้อถอน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม
เหตุการณ์เครนถล่มพระราม 2 เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ต้องให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ที่มา – อธิบดีกรมทางหลวง รับงานยาก เคลียร์ซาก เครนถล่มพระราม 2 ตั้งเป้าเสร็จใน14วัน