อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรนอนคุก ศาลไม่ให้ประกัน

อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรนอนคุก ศาลไม่ให้ประกัน ข้อหาทุจริตเงินกว่า 3 ล้าน เหตุโทษสูงกลัวหลบหนี และไปยุ่งกับพยานหลักฐาน

วันที่ 9 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ยื่นคำร้อง ฝ.13/2568 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ขอฝากขังครั้งแรก นายวิรัติ วัชรสิทธิเมธี หรืออดีตพระเทพวัชรสิทธิเมธี นายทิวากร หรืออดีตพระมหาทิวากร อายุ 59 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปราสาท อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และ นายสันติชัย อายุ 38 ปี ลูกศิษย์คนสนิทของอดีตพระมหาทิวากร

คดีเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังมีกำหนด 12 วัน และผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวซึ่งศาลมีคำสั่งว่า ผู้ต้องหาถูกจับกุมตามหมายจับ และพนักงานสอบสวนคัดค้านเพราะอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งเป็นพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์

โดยเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน และถ้าหากได้รับการปล่อยชั่วคราวอาจจะหลบหนีจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง โดยทนายความผู้ต้องหา ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์

อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรนอนคุก ศาลไม่ให้ประกัน

ความคืบหน้าล่าสุดของคดี อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรนอนคุก กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวเนื่องจากข้อกังวลเรื่องการหลบหนีและการยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน คดีนี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินจำนวนกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งสร้างความเสียหายต่อวงการศาสนาและประชาชน

รายละเอียดของคดีนี้ พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอฝากขัง นายวิรัติ วัชรสิทธิเมธี หรืออดีตพระเทพวัชรสิทธิเมธี และนายทิวากร หรืออดีตพระมหาทิวากร พร้อมทั้งลูกศิษย์คนสนิท ซึ่งถูกกล่าวหาในข้อหาเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น การดำเนินการทางกฎหมายนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามการทุจริต แม้กระทั่งในวงการศาสนา

ผลกระทบจากคดีนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อตัวผู้ต้องหา แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อศาสนา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว สะท้อนให้เห็นถึงความร้ายแรงของข้อกล่าวหา และความกังวลว่าผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี หรือเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งอาจจะส่งผลต่อกระบวนการยุติธรรม

ทำไมศาลถึงไม่อนุญาตให้ประกันตัว อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรนอนคุก

ปัจจัยสำคัญที่ศาลใช้ในการพิจารณาไม่อนุญาตให้ประกันตัว คือ ความกังวลเรื่องการหลบหนี และการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เนื่องจากคดีนี้มีพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ ซึ่งอาจถูกเปลี่ยนแปลงหรือทำลายได้หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว นอกจากนี้ ความร้ายแรงของข้อกล่าวหา และโทษที่อาจได้รับหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ศาลต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

การดำเนินการทางกฎหมายในคดีนี้ยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากทนายความของผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จะเป็นตัวกำหนดว่าผู้ต้องหาจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่

คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบในองค์กรต่างๆ การทุจริตไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน แต่ยังทำลายความเชื่อมั่น และสร้างความเสียหายต่อสังคมในวงกว้าง

การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับคดี อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรนอนคุก อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และเข้าใจถึงกระบวนการยุติธรรม รวมถึงตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในทุกระดับ

คดีนี้แสดงให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง การทุจริตไม่ว่าจะเกิดขึ้นในรูปแบบใด ก็ต้องได้รับการตรวจสอบและลงโทษตามกฎหมาย เพื่อสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

สุดท้ายนี้ หวังว่าคดีนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญให้กับทุกคน และเป็นแรงผลักดันให้สังคมไทยร่วมกันต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน

ที่มา – นอนคุก ศาลไม่ให้ประกัน อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร ข้อหาทุจริตเงินกว่า 3 ล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *