อดีตรมช.คลังญี่ปุ่นแนะ BOJ ขึ้นดอกเบี้ยรับมือเงินเฟ้อ

ในสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน อดีตรมช.คลังญี่ปุ่นแนะ BOJ ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรับมือเงินเฟ้อ-รักษาเสถียรภาพตลาด ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่นักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์จับตามองอย่างใกล้ชิด ทาเคฮิโกะ นากาโอะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่น ได้ออกมาแสดงความเห็นเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรับมือกับปัญหาเงินเฟ้อที่กำลังคุกรุ่นและป้องกันไม่ให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงมากเกินไป
อดีตรมช.คลังญี่ปุ่นแนะ BOJ ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรับมือเงินเฟ้อ-รักษาเสถียรภาพตลาด
นากาโอะชี้ว่า BOJ ยังคงตามหลังธนาคารกลางของประเทศอื่นๆ เช่น เฟดของสหรัฐฯ และ ECB ของยุโรป ซึ่งได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วหลายครั้งเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ การที่ BOJ ยึดติดกับนโยบายดอกเบี้ยต่ำติดลบมานานหลายปี ทำให้จุดยืนนโยบายดูไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่ค่าครองชีพพุ่งสูงจากเยนอ่อนค่า
เหตุผลหลักที่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย
การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะช่วยจัดการปัญหาเงินเฟ้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาเสถียรภาพในตลาดพันธบัตรระยะยาวและป้องกันเยนอ่อนเกินควร ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้าจำเป็น นากาโอะย้ำว่า แม้กฎหมาย BOJ จะไม่ได้กำหนดหน้าที่ดูแลอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่ธนาคารกลางมีหน้าที่รักษาเสถียรภาพค่าเงินเพื่อประโยชน์เศรษฐกิจโดยรวม
- ควบคุมเงินเฟ้อ: ดอกเบี้ยสูงขึ้นจะลดแรงจูงใจในการใช้จ่ายเกินตัว
- พยุงค่าเงินเยน: เยนแข็งค่าขึ้นช่วยลดต้นทุนนำเข้าและบรรเทาเงินเฟ้อที่นำเข้า
- เสถียรภาพตลาด: ลดความผันผวนในอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
- สอดคล้องนโยบายโลก: ไม่ให้ญี่ปุ่นตกหลังประเทศอื่น
บริบทสำคัญคือชัยชนะถล่มทลายของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ในการเลือกตั้งล่าสุด ทำให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลจะกดดัน BOJ ให้ขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ เพื่อช่วยพยุงเยนที่อ่อนค่าลงอย่างหนัก โดยคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ จะประชุมทวิภาคีกับทาคาอิจิในวันเดียวกัน เวลา 15.00 น. ตามเวลาไทย ซึ่งอาจมีการหารือแผนขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆ นี้
กระแสคาดการณ์ในตลาด
นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมีนาคมหรือเมษายน 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าครองชีพสูงขึ้น ญี่ปุ่นเผชิญเงินเฟ้อที่เกินเป้าหมาย 2% มาหลายเดือน ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันและอาหารที่พุ่งสูง หาก BOJ ลังเลต่อไป อาจเสี่ยงต่อวิกฤตเงินเฟ้อฝังรากและความเชื่อมั่นในนโยบายลดลง
เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เฟดขึ้นดอกเบี้ยถึง 5.25-5.50% แล้ว ขณะที่ BOJ ยังติดอัตรา -0.1% การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งสัญญาณ BOJ ออกจากยุค “Abenomics” สู่การเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งดีต่อนักลงทุนระยะยาว แต่ต้องระวังผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่พึ่งพาการกู้ยืมราคาถูก
นอกจากนี้ อดีตรมช.คลังญี่ปุ่นแนะ BOJ ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรับมือเงินเฟ้อ-รักษาเสถียรภาพตลาด ยังสะท้อนมุมมองของนักวิเคราะห์ที่เห็นตรงกันว่า เยนอ่อนเกิน 150 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ สร้างปัญหาใหญ่ หาก BOJ ลงมือเร็ว อาจช่วยลดแรงกดดันและฟื้นความเชื่อมั่น
การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลต่อตลาดหุ้น ฟอเร็กซ์ และเศรษฐกิจเอเชียทั้งภูมิภาค นักลงทุนควรติดตามการประชุม BOJ ครั้งต่อไปอย่างใกล้ชิด
ในมุมมองของผู้เขียน การแนะนำดังกล่าวมีน้ำหนัก เพราะญี่ปุ่นไม่อาจเพิกเฉยต่อกระแสเงินเฟ้อโลกได้อีกต่อไป การขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยรักษาเสถียรภาพโดยไม่ช็อกเศรษฐกิจ คุณคิดว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!
ที่มา – อดีตรมช.คลังญี่ปุ่นแนะ BOJ ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรับมือเงินเฟ้อ-รักษาเสถียรภาพตลาด