องค์กรสิทธิฯ แฉ! แก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา
สถานการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงเป็นภัยร้ายที่สร้างความเสียหายให้กับผู้คนจำนวนมาก ล่าสุด องค์กรมนุษยธรรมระหว่างประเทศมาเลเซีย (MHO) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา โดยระบุว่าศูนย์หลอกลวงเหล่านี้กำลังกดดันพนักงานอย่างหนักเพื่อให้ได้ยอดเงินตามเป้าที่สูงลิ่วถึงวันละ 50,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.59 ล้านบาท หากทำไม่ได้ก็จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง
แดเนียล คู หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ MHO กล่าวว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้สูงเช่นนี้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ตั้งไว้เพียง 5,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 159,000 บาทเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าพนักงานต้องหลอกเหยื่อให้ได้หลายสิบคนต่อวันเพื่อให้ได้ตามเป้าที่กำหนด
MHO ได้รับรายงานจากชาวมาเลเซียเป็นประจำว่าพวกเขาถูกลงโทษ เช่น ถูกช็อตด้วยปืนช็อตไฟฟ้า หรือถูกทุบตี หากไม่สามารถทำยอดได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การกระทำที่โหดร้ายเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับเหยื่อที่ถูกหลอกให้มาทำงาน เพื่อไม่ให้พวกเขากล้าหลบหนีหรือพยายามติดต่อครอบครัวหรือเพื่อนเพื่อขอความช่วยเหลือ
แก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา ภัยร้ายใกล้ตัวที่ต้องระวัง
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา ที่ไม่คำนึงถึงมนุษยธรรมและพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เงินจากเหยื่อ
คูยังเผยอีกว่า ขณะนี้มีคดีเกี่ยวกับคนมาเลเซียที่ทำงานในศูนย์หลอกลวงในเมียนมาเพียงประเทศเดียวราว 30 คดี โดยเหยื่ออย่างน้อย 3 คนเป็นผู้หญิง ซึ่งทุกคนอยู่ในช่วงอายุ 20-40 ปี และหนึ่งในนั้นอยู่ในเมียนมามานานถึง 2 ปีแล้ว
“ชาวมาเลเซียเหล่านี้กำลังรอคอยการส่งตัวกลับประเทศ” เขากล่าว
รูปแบบการหลอกลวงของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา
แม้ว่าข่าวนี้จะเน้นไปที่การกดดันพนักงาน แต่ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา ยังคงมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและพัฒนารูปแบบการหลอกลวงให้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนตกเป็นเหยื่อได้ง่ายขึ้น รูปแบบการหลอกลวงที่พบเห็นได้บ่อย ได้แก่:
- การแอบอ้างเป็นหน่วยงานราชการหรือบริษัทต่างๆ เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงิน
- การหลอกลวงเกี่ยวกับเงินรางวัลหรือโปรโมชั่นต่างๆ
- การหลอกลวงให้ลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีอยู่จริง
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสติและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้ที่มีความรู้หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา
การที่องค์กรสิทธิมนุษยชนออกมาเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้สังคมตระหนักถึงความรุนแรงและขอบเขตของปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ให้หมดสิ้นไป
ที่มา – องค์กรสิทธิฯ แฉ แก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมาตั้งเป้าหลอกเงินเหยื่อวันละกว่า 1.5 ล้านบาท