องค์กรจวกนายกฯ ปมรื้อ หลักการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ 3 ข้อ
วันนี้ (20 พ.ย.) นิฮง ฮิดังเคียว (Nihon Hidankyo) องค์กรผู้รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณูชั้นนำของญี่ปุ่นและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปีที่แล้ว ออกแถลงการณ์ประณามท่าทีของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ที่พยายามจะทบทวนหลักการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ 3 ข้อของประเทศ
แถลงการณ์ของนิฮง ฮิดังเคียว ระบุว่า ทางกลุ่มขอ “คัดค้านอย่างรุนแรง” ต่อความพยายามที่จะล้มล้างจุดยืนที่รัฐบาลยึดถือมาอย่างยาวนาน ซึ่งได้แก่การไม่ครอบครอง ไม่ผลิต และไม่อนุญาตให้นำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาในประเทศ รวมถึงคัดค้านการเริ่มเปิดอภิปรายเพื่อแก้ไขหลักการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ 3 ข้อดังกล่าว
สำนักข่าวเกียวโดรายงานอ้างแถลงการณ์ของกลุ่มฯ ที่เน้นย้ำว่า กระบวนการขจัดอาวุธนิวเคลียร์ให้หมดสิ้นไปจะต้องไม่ล่าช้า พร้อมระบุว่า กลุ่มผู้รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณู “ไม่อาจยอมให้มีการนำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาในญี่ปุ่น หรือปล่อยให้ประเทศกลายเป็นฐานที่มั่นของสงครามนิวเคลียร์ หรือตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ได้”
นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ทางกลุ่มยังเรียกร้องให้รัฐบาลยึดมั่นในหลักการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ 3 ข้อนี้ต่อไป และผลักดันให้บัญญัติเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ
แหล่งข่าวจากรัฐบาลเปิดเผยว่า ทาคาอิจิ ซึ่งเป็นนักการเมืองสายเหยี่ยว (Hawkish) ที่เพิ่งรับตำแหน่งผู้นำญี่ปุ่นได้ราว 1 เดือน กำลังพิจารณาทบทวนหลักการดังกล่าว ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการพลิกโฉมนโยบายความมั่นคงครั้งสำคัญของญี่ปุ่น
รายงานระบุว่า ทาคาอิจิต้องการเร่งเสริมสร้างขีดความสามารถด้านกลาโหมของประเทศ และกังวลว่าหลักการข้อที่ 3 ซึ่งห้ามนำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาในราชอาณาจักรนั้น จะไปลดทอนประสิทธิภาพการป้องปรามทางนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิถูกสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูในเดือนส.ค. 2488 ระหว่างช่วงสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง นับตั้งแต่นั้นมา ญี่ปุ่นก็ยึดมั่นในหลักการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ 3 ประการมาโดยตลอด และยังคงสนับสนุนให้มีโลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ ภายใต้การคุ้มครองขุมพลังนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ
อนึ่ง เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิถูกสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูเมื่อเดือนส.ค. 2488 ในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 นับแต่นั้นมา ญี่ปุ่นได้ยึดมั่นในหลักการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ 3 ข้อ และเดินหน้าเรียกร้องให้โลกปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ โดยที่ญี่ปุ่นเองยังคงอยู่ภายใต้การคุ้มครองของ “ร่มธงนิวเคลียร์” (Nuclear Umbrella) ของสหรัฐฯ
หลักการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ 3 ข้อ
การพิจารณาทบทวนหลักการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ 3 ข้อนี้ สร้างความกังวลในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากองค์กรที่เคยประสบกับความสูญเสียจากอาวุธนิวเคลียร์โดยตรง ความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นในเวทีโลก ดังนั้น ญี่ปุ่นจึงต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ
ความสำคัญของหลักการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ 3 ข้อ
หลักการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ 3 ข้อไม่ได้เป็นเพียงนโยบายทางการทหาร แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นในการสร้างสันติภาพและความปลอดภัยในโลก การเปลี่ยนแปลงหลักการนี้อาจถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงจุดยืนของญี่ปุ่นที่มีต่ออาวุธนิวเคลียร์ และอาจนำไปสู่การแข่งขันด้านอาวุธในภูมิภาค
นอกจากนี้ การที่ญี่ปุ่นยึดมั่นในหลักการนี้ยังส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากนานาชาติ การเปลี่ยนแปลงหลักการนี้อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและประเทศต่างๆ ในภูมิภาค รวมถึงประเทศมหาอำนาจอื่นๆ เปลี่ยนแปลงไป
การตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับหลักการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ 3 ข้อจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทุกด้าน ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ควรเป็นการตัดสินใจที่โปร่งใสและเปิดเผย เพื่อให้ประชาชนและนานาชาติได้รับทราบและเข้าใจถึงเหตุผลและความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลง
การตัดสินใจของญี่ปุ่นในเรื่องนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศและภูมิภาค การรักษาหลักการนี้ไว้อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในระยะยาว ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงหลักการนี้อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและอาจเป็นอันตรายได้
ดังนั้น การตัดสินใจเกี่ยวกับหลักการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ 3 ข้อ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง และควรพิจารณาอย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงทุกด้านที่เกี่ยวข้อง
ที่มา – องค์กรผู้รอดชีวิตจากปรมาณูญี่ปุ่นจวกนายกฯ ปมจ่อรื้อหลักการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ 3 ข้อ