หวิดวุ่น! เฟิร์น-ฝน แจ้งความกลับ ผอ.กกต.ชลบุรี

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ จากชลบุรีมาอัพเดทกันนะคะ หวิดวุ่น เฟิร์น-ฝน-เจ๊ตอง-เจษฎา พร้อมทนาย แจ้งความกลับ ผอ.กกต.เขต1 ชลบุรี จริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่เกือบจะวุ่นวายใหญ่ แต่สุดท้ายก็คลี่คลายได้แบบหวุดหวิด ใครที่ติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งในพื้นที่ชลบุรี คงรู้ดีว่าช่วงนี้ดราม่าหนักเลยทีเดียว

หวิดวุ่น เฟิร์น-ฝน-เจ๊ตอง-เจษฎา พร้อมทนาย แจ้งความกลับ ผอ.กกต.เขต1 ชลบุรี

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. ที่สถานีตำรวจสภ.เมืองชลบุรี มวลชน 4 คน ได้แก่ นางสาวกนกวรรณ สร้อยสม หรือ เฟิร์น, นางสาวมนัสนนัทน์ กรเกษม หรือ เจ๊ตอง, และคนอื่นๆ รวมถึงเจษฎา พร้อมด้วยทนายความจากศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชน เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อนายประยูร วัฒนศิริบรรจง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งเขต 1 จังหวัดชลบุรี ในข้อหาแจ้งความเท็จ และแจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นต้องรับโทษทางอาญา

พื้นฐานของเรื่องนี้มาจากก่อนหน้านี้ที่ทาง กกต.เขต 1 ได้แจ้งความดำเนินคดีกับทั้ง 4 คน ในข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงาน และเอาเอกสารของผู้อื่นไปทำให้เสียหาย แต่ทั้ง 4 คนยืนยันว่าไม่เคยทำผิด และมีพยานหลักฐานชัดเจน โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดตั้งแต่วันที่ 8-12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะพิสูจน์ได้ว่าพฤติการณ์ทั้งหมดเป็นไปอย่างไร

หวิดวุ่น เฟิร์น-ฝน-เจ๊ตอง-เจษฎา พร้อมทนาย แจ้งความกลับ ผอ.กกต.เขต1 ชลบุรี

ดราม่าเกือบวุ่น! พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความตอนแรก

ระหว่างที่ทั้งหมดเข้าไปแจ้งความ ก็เกิดเสียงโต้เถียงในห้องพนักงานสอบสวน สุดท้ายเดินออกมาเพราะทางรองผู้กำกับการสอบสวนบอกว่าต้องสอบปากคำทีละคนก่อน ตามนโยบายที่เพิ่งประชุมกันวันนั้น ซึ่งใช้เวลานานมาก โดยเฉพาะตอนที่มวลชนมีเวลาจำกัดเพราะต้องกลับไปติดตามนับคะแนนเลือกตั้ง

นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ กล่าวว่าปกติแจ้งความร้องทุกข์ไม่ต้องสอบปากคำยาว แค่สอบถามเบื้องต้นก็พอ แต่ที่นี่ยืนยันต้องสอบ นางสาวมนัสนนัทน์ หรือ เจ๊ตอง ยืนยันว่า “ปกติมาแจ้งความบันทึกประจำวันได้เลย แต่ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษเพราะมีคำสั่งใหม่ ประชาชนต้องอยู่เบี่ยงล่างหรือไง?” ส่วนเฟิร์นเสริมว่า “เราไม่ปฏิเสธการสอบสวน แค่อยากแจ้งความส่วนที่ถูกแจ้งเท็จก่อน แล้วค่อยสอบต่อ”

  • สาเหตุเข้าใจผิด: ตำรวจเข้าใจว่าเป็นแจ้ง ม.157 (ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) ที่ต้องสอบก่อน
  • คลี่คลายอย่างไร: เมื่อชี้แจงว่าเป็นแจ้งความเท็จ สามารถรับได้ทันที
  • ผลลัพธ์: ล่าสุดรับแจ้งความแล้ว ดำเนินการตามขั้นตอน

ภาพมวลชนแจ้งความ

บริบทและพยานหลักฐานสำคัญ

ทั้งนี้ ทางกลุ่มยังร้องขอให้ตำรวจเก็บภาพ CCTV เพื่อยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งจะส่งมอบให้พนักงานสอบสวนต่อไป ขณะที่ฝั่ง กกต. เมื่อวานแจ้งความได้เลยโดยไม่ต้องสอบ แต่ฝั่งประชาชนกลับต้องรอ สะท้อนถึงบรรทัดฐานที่ไม่เท่าเทียม?

เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเลือกตั้งท้องถิ่นชลบุรีที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะเขต 1 ที่มีประเด็นนับคะแนนและการตรวจสอบเอกสาร ทำให้ทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันหนัก หวิดวุ่น เฟิร์น-ฝน-เจ๊ตอง-เจษฎา พร้อมทนาย แจ้งความกลับ ผอ.กกต.เขต1 ชลบุรี จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ

ในมุมมองของเรา กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมต้องโปร่งใสและเท่าเทียม ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม การมีทนายสิทธิและยืนหยัดต่อสู้เป็นสิ่งสำคัญ คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยสิ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจข่าวชลบุรีด้วยนะคะ เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ข้อมูลจริง!

ที่มา – หวิดวุ่น เฟิร์น-ฝน-เจ๊ตอง-เจษฎา พร้อมทนาย แจ้งความกลับ ผอ.กกต.เขต1 ชลบุรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *