หลักเกณฑ์จ่ายเยียวยาน้ำท่วม บ้านพังรับ 88,600 บาท
หลักเกณฑ์จ่ายเยียวยาน้ำท่วม เป็นข้อมูลสำคัญที่ผู้ประสบภัยควรตรวจสอบให้ละเอียด เพราะการช่วยเหลือแบ่งออกเป็นหลายส่วน ทั้งเงินทดรองราชการ เงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี และค่าสินไหมจากระบบประกันภัยพิบัติ โดยแต่ละกรณีมีเงื่อนไข วงเงิน และเอกสารประกอบแตกต่างกัน
สำหรับผู้ที่บ้านได้รับความเสียหายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ อาจได้รับเงินช่วยเหลือก้อนแรกสูงสุด 88,600 บาท หากเข้าเงื่อนไขตามระเบียบเงินทดรองราชการว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ ยังมีเงินช่วยเหลือส่วนอื่นสำหรับบ้านที่ถูกน้ำล้อม ผู้เสียชีวิต ผู้ทุพพลภาพ และผู้ที่มีความเสียหายจากอุทกภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
หลักเกณฑ์จ่ายเยียวยาน้ำท่วม มีสิทธิอะไรบ้าง
การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก โดยผู้ประสบภัยควรตรวจสอบว่าตนเองอยู่ในกรณีใด และเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่อง เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น
หลักเกณฑ์จ่ายเยียวยาน้ำท่วม สำหรับบ้านและครอบครัว
- เงินช่วยเหลือก้อนแรก: กรณีบ้านพังหรือเสียหายตามเงื่อนไข อาจได้รับเงินช่วยเหลือ 88,600 บาท ส่วนกรณีเสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือ 35,700 บาท รวมถึงกรณีเครื่องมือประกอบอาชีพเสียหายที่ต้องพิจารณาตามระเบียบ
- เงินช่วยเหลือก้อนที่สอง: บ้านพักอาศัยเสียหายได้รับ 9,000 บาท บ้านพักอาศัยถูกน้ำล้อมได้รับ 5,000 บาท และกรณีเสียชีวิต ญาติหรือครอบครัวอาจได้รับเงินเยียวยา 2 ล้านบาทต่อราย ตามมติและเงื่อนไขของภาครัฐ
- ระบบประกันภัยพิบัติ: ที่อยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองเบื้องต้นไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลังต่อภัย และอาจขอรับความเสียหายเพิ่มเติมได้ตามหลักฐาน โดยกรณีน้ำล้อมจะได้รับเบื้องต้น 5,000 บาท และอาจได้รับเพิ่มเติมไม่เกิน 95,000 บาท
- การคุ้มครองด้านชีวิตและร่างกาย: ผู้เสียชีวิตที่มีสัญชาติไทยและมีเลขบัตรประชาชน อาจได้รับค่าชดเชย 2 ล้านบาทต่อราย ส่วนผู้ทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรอาจได้รับ 200,000 บาทต่อคน
ผู้ประสบภัยควรแยกให้ออกว่าเงินช่วยเหลือแต่ละก้อนมาจากช่องทางใด เนื่องจากบางกรณีต้องยื่นเรื่องกับหน่วยงานในพื้นที่ ขณะที่การเคลมประกันภัยพิบัติต้องแจ้งผ่านช่องทางของบริษัทหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
ขั้นตอนยื่นขอเงินเยียวยาและการโอนเงิน
ผู้ประสบภัยสามารถแจ้งเคลมได้ 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ www.thainatcat.org, Line Official Account “@ThaiNATCAT”, ThaiNATCAT Call Center โทร. 02-012-5555 และจุดรับแจ้งเคลมในพื้นที่ ทั้งนี้ การช่วยเหลือเบื้องต้นครอบคลุมพื้นที่ที่มีประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
นอกจากการยื่นเรื่องแล้ว ผู้ประสบภัยสามารถยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID เพื่อเพิ่มความชัดเจนและความถูกต้องของข้อมูล เมื่อเอกสารครบและผ่านการตรวจสอบแล้ว การจ่ายเงินจะโอนผ่านระบบพร้อมเพย์ ดังนั้น ผู้มีสิทธิควรผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ไม่ควรใช้หมายเลขโทรศัพท์แทน หากข้อมูลครบถ้วน บริษัทประกันคาดว่าจะโอนเงินภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับข้อมูล
เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียม
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นเรื่อง
- ข้อมูลที่อยู่และรายละเอียดบ้านพักอาศัยที่ได้รับผลกระทบ
- ภาพถ่ายความเสียหายของบ้าน ทรัพย์สิน หรือเครื่องมือประกอบอาชีพ
- เอกสารยืนยันการเสียชีวิตหรือความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิตในกรณีขอรับสิทธิแทน
- ข้อมูลบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก
รายละเอียดเอกสารอาจแตกต่างกันตามประเภทความเสียหายและหน่วยงานที่รับเรื่อง จึงควรสอบถามเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก่อนเดินทางไปยื่นเอกสาร เพื่อป้องกันการเดินทางหลายครั้งและลดความล่าช้าในการพิจารณา
ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างรับลงทะเบียน
เจ้าหน้าที่เตือนให้ประชาชนระมัดระวัง SMS หรือข้อความที่อ้างว่าเป็นระบบลงทะเบียนรับเงินเยียวยา โดยระบบประกันภัยและหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะไม่แนบลิงก์ให้กรอกข้อมูลสำคัญ ไม่ขอหมายเลขบัญชีผ่านข้อความ และไม่เรียกเก็บเงินหรือขอให้ส่งสลิปเพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือ หากพบข้อสงสัย ควรติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 หรือช่องทางทางการเท่านั้น
สรุปแล้ว หลักเกณฑ์จ่ายเยียวยาน้ำท่วม ครอบคลุมทั้งบ้านพัง บ้านถูกน้ำล้อม ความเสียหายต่อชีวิตและร่างกาย รวมถึงการเคลมประกันภัย ผู้ประสบภัยควรเก็บภาพถ่ายและเอกสารทุกอย่างไว้ให้ครบ ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน และตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ก่อนส่งข้อมูลส่วนตัว เพื่อให้ได้รับสิทธิอย่างถูกต้องและปลอดภัย
ที่มา – เช็กหลักเกณฑ์ จ่ายเยียวยาน้ำท่วม บ้านพังรับ 88,600 บาท โอนเงินภายใน 15 วัน