หมอของขวัญ ยื่นคืนใบอนุญาตฯ แพทยสภา
หมอของขวัญ ยื่นคืนใบอนุญาตฯ แพทยสภา เผย ไม่ทนระบบบิดเบี้ยว เหตุการณ์ร้อนแรงในวงการแพทย์ไทย เมื่อ พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ หรือที่รู้จักในนาม หมอของขวัญ หรือ หมอเคท แพทย์ผิวหนังและความงามชื่อดัง ได้ตัดสินใจยื่นคืนใบอนุญาตแพทย์ให้แพทยสภา เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา สร้างความฮือฮาและกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
หมอของขวัญ ยื่นคืนใบอนุญาตฯ แพทยสภา เผย ไม่ทนระบบบิดเบี้ยว
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานแพทยสภา หมอของขวัญเดินทางมาพร้อมใบอนุญาตแพทย์ เพื่อคืนให้องค์กรปกครองวิชาชีพนี้ โดยให้เหตุผลหลักว่า รู้สึกไม่สบายใจที่ทุกครั้งที่ออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง สังคม หรือแม้กระทั่งเรื่องอาหารเสริม ก็มักถูกโจมตีด้วยข้อหาผิดจริยธรรมแพทย์ ทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างบิดเบี้ยว

หมอของขวัญอธิบายว่า สาเหตุหลัก 2 ประการ ได้แก่ 1) ตั้งแต่เริ่มออกมาแสดงจุดยืนตรงข้ามผู้มีอำนาจ เช่น เรื่องโควิด-19 ประเด็นสังคมต่าง ๆ ก็มักถูกฟาดฟันด้วยคำว่า “จริยธรรม” จากองค์กรอิสระ ซึ่งเธอมองว่าเป็นระบบที่บิดเบี้ยว เหมือนกับ กกต. หรือ สตง. ที่ใช้อำนาจดุลยพินิจแบบเลือกข้าง ไม่ใช่เรื่องว่าทำอะไร แต่ “เป็นคนของใคร”
2) เรื่องโฆษณาอาหารเสริม ที่แพทยสภาลงโทษหนักหน่วงยิ่งกว่าการทำคนไข้ตาย อนาจารคนไข้ หรือโกงจัดซื้อจัดจ้างเสียอีก หมอของขวัญตั้งคำถามว่า ถ้าปรึกษากฎหมายต้องหาทนาย ปรึกษายาหรืออาหารเสริมก็ควรให้หมอที่มีความรู้พูด แต่ทำไมแม่ค้าออนไลน์หรือติ๊กต็อกเกอร์กลับพูดได้ ส่วนหมอกลับทำไม่ได้เพราะ “จริยธรรม”

“ประเทศเราเป็นประเทศที่สเตียรอยด์ใช้ได้แบบไม่จำกัด เพราะตั้งแต่ทำงานมาเจอคนไข้ติดสเตียรอยด์เยอะมาก เพราะสามารถซื้อที่ร้านขายยาได้โดยที่ไม่ต้องได้ใบสั่งแพทย์ ประเทศเราต้องการเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ แต่ขัดแข้งขัดขากันเอง สุดท้ายเราแพ้หมอเกาหลี เพราะเราขัดแข้งขัดขากัน ประเทศไทยก็เป็นศูนย์กลางได้ แต่แป้งกับกัญชาเท่านั้นแหละค่ะ”
เหตุผลลึก ๆ เบื้องหลังการตัดสินใจของหมอของขวัญ
หมอของขวัญเคยพยายามแก้ไขระบบโดยยื่นฟ้องแพทยสภาไปยังศาลปกครอง และชนะคดีทุกครั้ง แต่แพทยสภากลับไม่ยอมรับผล และยังพยายามต่อสู้ต่อ ทนไม่ไหวจึงตัดสินใจคืนใบอนุญาต เธอยืนยันว่าไม่ใช่การพักใช้หรือเพิกถอน แต่เป็นการคืนเอง และยังไม่เกี่ยงกับข่าวลือสัปดาห์หน้าที่แพทยสภาจะประกาศพักใบหมอคนอื่น

หลังจากนี้ หมอของขวัญจะไม่สามารถรักษาหรือให้คำปรึกษาคนไข้ได้ แต่ยังให้เรียกเธอว่า “หมอของขวัญ” ได้เหมือนเดิม ถ้าเรียก “หมอปลา หมอบี หมอช้าง หมอลำ” ได้ เธอก็บอกว่า “เรียกหมอของขวัญได้ค่ะ” และในอนาคต เธอจะเป็น “อินฟลูที่จบแพทย์มา 20 ปี” พร้อมไลฟ์ขายอาหารเสริมหรือยาแทนหมอที่ไม่กล้าพูด

การกระทำนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมหรือไม่? หมอของขวัญมองตัวเองเป็น “หมอตัวเล็ก” คงไม่มี แต่เชื่อว่า “เทศกาลหมอของขวัญต้องมา” และเธอเป็นหมอคนแรกในกรุงรัตนโกสินทร์ที่คืนใบเอง ไม่ใช่ถูกเพิกถอนหรือตายเท่านั้น สำหรับคนเรียกเธอว่า “หมอของส้ม” เธอฝากว่า “อย่าให้การเมืองหลอนจนวิกลจริต”
เหตุการณ์ หมอของขวัญ ยื่นคืนใบอนุญาตฯ แพทยสภา เผย ไม่ทนระบบบิดเบี้ยว นี้ สะท้อนปัญหาใหญ่ในระบบวิชาชีพแพทย์ไทย ที่จริยธรรมถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง สุดท้ายแล้ว นี่คือจุดเปลี่ยนที่อาจจุดประกายให้หมอคนอื่นกล้าพูดมากขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลให้แพร่หลาย
ที่มา – หมอของขวัญ ยื่นคืนใบอนุญาตฯ แพทยสภา เผย ไม่ทนระบบบิดเบี้ยว