หนุ่มการไฟฟ้าสุดงงถูกทำร้าย ตัดไฟค้างค่าไฟ
หนุ่มการไฟฟ้าสุดงง ไปตัดไฟบ้านที่ค้างค่าไฟ กลับถูกเจ้าของบ้าน ทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจให้กับหลายคน โดยเฉพาะพนักงานการไฟฟ้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงอันตรายแบบนี้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงและกลายเป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนให้ความสนใจ
หนุ่มการไฟฟ้าสุดงง ไปตัดไฟบ้านที่ค้างค่าไฟ กลับถูกเจ้าของบ้าน ทำร้ายร่างกาย
วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 ที่เพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม นายณัฐชา อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นพนักงานการไฟฟ้า ได้มาร้องเรียนผ่านเพจดังกล่าว หลังจากไปปฏิบัติหน้าที่ตัดไฟฟ้าที่บ้านลูกค้าคนหนึ่ง เนื่องจากค้างชำระค่าไฟเกินกำหนด แต่กลับถูกเจ้าของบ้านทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส และแจ้งความแล้วแต่คดีไม่คืบหน้าไป 2 เดือนเต็ม
รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ตามคำบอกเล่าของนายณัฐชา เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2567 เวลาประมาณ 11.00 น. เขาได้รับมอบหมายให้ไปตัดไฟที่บ้านหลังดังกล่าว หลังจากมีการแจ้งเตือนและเรียกเจ้าของบ้านหลายครั้งแต่ไม่มีใครตอบรับ เขาจึงดำเนินการตัดไฟตามระเบียบของการไฟฟ้า
หลังจากตัดไฟเสร็จ เจ้าของบ้านก็เปิดประตูออกมาถามว่า “สามารถต่อไฟให้ได้ไหม เดี๋ยวจะไปจ่ายเงินเลย” นายณัฐชาตอบไปตามขั้นตอนว่าไม่สามารถทำได้ทันที ต้องรอให้ชำระเงินที่ระบบแล้วจึงจะต่อได้ แต่เจ้าของบ้านไม่พอใจ รีบปรี่เข้ามาต่อยเข้าที่หน้า พร้อมตะโกนว่า “ให้รอหน่อยก็ไม่ได้เหรอ” นายณัฐชายกมือป้องกัน แต่ถูกฟาดด้วยท่อนเหล็กขนาดใหญ่ที่แขนซ้าย จนเลือดไหลอาบ ต้องเย็บถึง 7 เข็มที่ข้อศอก
เขารีบวิ่งหลบหลังเสา โทรแจ้งบริษัท และไปรักษาที่โรงพยาบาล ก่อนแจ้งความที่ สภ.กระทุ่มแบน ต่อมาทราบว่าบ้านหลังนี้มีประวัติข่มขู่พนักงานตัดไฟบ่อยครั้ง แต่เนื่องจากนายณัฐชาเพิ่งมาทำงานในพื้นที่นี้ครั้งแรก จึงไม่รู้มาก่อน
- เรียกเจ้าของบ้านก่อนตัดไฟ แต่ไม่มีคนตอบ
- ตัดไฟตามหน้าที่ตามกฎ
- เจ้าของบ้านขอต่อไฟทันที แต่ปฏิเสธเพราะขั้นตอน
- ถูกต่อยหน้าและฟาดแขนด้วยท่อนเหล็ก
- บาดเจ็บเย็บ 7 เข็ม แจ้งความแต่คดีล่าช้า
หลังเกิดเหตุ นายณัฐชายอมรับว่าชีวิตเปลี่ยนไปมาก แผลยังเจ็บ และทุกครั้งที่ไปทำงานต้องระแวงตลอดเวลา เขาเจอคู่กรณีอีกครั้งแต่ไม่ได้รับคำขอโทษ กลับถูกกล่าวหาว่าไปหาเรื่องเอง ซึ่งไม่เป็นความจริง
ความคืบหน้าคดีและข้อเรียกร้อง
นายเอกภาพ เหลืองประเสริฐ จากเพจสายไหมต้องรอด ได้ประสานผู้กำกับ สภ.กระทุ่มแบน เพื่อเร่งรัดคดี เนื่องจากผ่านไป 2 เดือนแล้วยังไม่มีการไกล่เกลี่ยหรือโทรแจ้งความคืบหน้า เขามองว่าคดีนี้ล่าช้ามากเกินไป
นอกจากนี้ ยังฝากถึงการไฟฟ้านครหลวง ให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัย เช่น ส่งพนักงานไปเป็นคู่กัน ไม่ใช่คนเดียว เพราะกรณีแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว พนักงานเสี่ยงอันตรายโดยไม่จำเป็น
บทเรียนจากกรณีหนุ่มการไฟฟ้าสุดงง ไปตัดไฟบ้านที่ค้างค่าไฟ กลับถูกเจ้าของบ้าน ทำร้ายร่างกาย
เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาความรุนแรงที่พนักงานภาครัฐต้องเผชิญ โดยเฉพาะการตัดไฟฟ้าที่เป็นหน้าที่จำเป็นเมื่อค้างชำระเกินกำหนด ตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้านครหลวง ที่กำหนดให้ตัดได้หลังแจ้งเตือน 15 วัน ประชาชนควรเข้าใจกระบวนการและจ่ายเงินตรงเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
สำหรับเจ้าของบ้าน การใช้ความรุนแรงไม่ใช่ทางออก ควรเจรจาหรือไปชำระที่สำนักงาน ทางกฎหมายทำร้ายร่างกายมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295
เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ:
- การไฟฟ้าควรติดกล้อง body cam ให้พนักงาน
- ส่งทีม 2-3 คนต่อพื้นที่เสี่ยง
- ประชาสัมพันธ์กฎตัดไฟให้ชัดเจน
- เจ้าของบ้านควบคุมอารมณ์ รอขั้นตอน
สุดท้าย กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความปลอดภัยของพนักงานต้องมาก่อน หวังว่าคดีจะคืบหน้าและมีการเยียวยานายณัฐชาให้สมควร หากคุณเคยเจอเหตุคล้ายๆ นี้หรือมีมุมมองอย่างไร คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เพื่อให้สังคมตระหนักและป้องกันปัญหาในอนาคต
ที่มา – หนุ่มการไฟฟ้าสุดงง ไปตัดไฟบ้านที่ค้างค่าไฟ กลับถูกเจ้าของบ้าน ทำร้ายร่างกาย