ส.ค้าปลีก เผย น้ำมันปาล์ม ขึ้นราคาขวดละ 8 บ.-น้ำดื่มขึ้นแพ็คละ 5 บ.

ส.ค้าปลีก เผย น้ำมันปาล์ม ขึ้นราคาขวดละ 8 บ.-น้ำดื่มขึ้นแพ็คละ 5 บ. เป็นข่าวที่กำลังเป็นกระแสในช่วงนี้ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสินค้าอุปโภคบริโภคในไทย

ส.ค้าปลีก เผย น้ำมันปาล์ม ขึ้นราคาขวดละ 8 บ.-น้ำดื่มขึ้นแพ็คละ 5 บ.

นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย ได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการปรับราคาสินค้าจำเป็น หลังจากผู้ผลิตน้ำมันปาล์มแจ้งขึ้นราคาขายส่งทุกขนาดและทุกประเภทบรรจุภัณฑ์ ทั้งขวดและถุง โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มบรรจุขวด 1 ลิตร ที่ปรับจาก 41 บาท เป็น 48-49 บาท หรือขึ้นขวดละ 7-8 บาท เมื่อนำมาขายปลีก ร้านค้าต้องบวกราคาเพิ่มอีก 2 บาท ทำให้ราคาปลีกพุ่งไปที่ 50-51 บาทแล้ว

สาเหตุหลักมาจากนโยบายของกระทรวงพลังงานที่จะปรับสัดส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2567 เพื่อรับมือราคาน้ำมันแพงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงแย่งซื้อสต็อกน้ำมันปาล์มกับผู้ผลิตน้ำมันกินได้ ทำให้ราคาวัตถุดิบทะยาน

ผลกระทบจากนโยบายไบโอดีเซล B7

“ในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา น้ำมันปาล์มยังมีโปรโมชั่นเพียบ เพราะเป็นฤดูผลผลิตออกสู่ตลาด แต่หลังรัฐประกาศนโยบาย B7 ผู้ค้าถึงยกเลิกโปรทั้งหมด และแจ้งขึ้นราคาขายส่งทันที” นายสมชายกล่าว ซึ่งนี่คือสัญญาณบ่งชี้ว่าราคาน้ำมันปาล์มจะยังคงสูงต่อเนื่อง

ไม่ใช่แค่น้ำมันปาล์มเท่านั้น สัปดาห์ก่อนผู้ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดก็แจ้งขึ้นราคาขายส่งแพคละ 5 บาท โดยเฉพาะแบรนด์ท้องถิ่นขนาด 500 ซีซี จาก 20 บาท เป็น 25 บาท สาเหตุจากต้นทุนเม็ดพลาสติกพุ่งตามราคาน้ำมันโลก และค่าน้ำมันดีเซลขนส่งที่แพงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงกว่าเดิม

สินค้าอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ สินค้าขนมขบเคี้ยวราคาถุงละ 5 บาท เริ่มถูกยกเลิกการผลิต เพราะต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกสูงเกินกำไร ผู้ผลิตหลายรายแจ้งร้านค้าว่าผลิตต่อไม่คุ้มทุน สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ราคาน้ำมันส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด

  • น้ำมันปาล์มขวด 1 ลิตร: ขึ้น 7-8 บาท (ขายปลีก 50-51 บาท)
  • น้ำดื่ม 500 ซีซี แพคละ: ขึ้น 5 บาท (จาก 20 เป็น 25 บาท)
  • ขนมถุง 5 บาท: ยกเลิกผลิตบางรายการ

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนจากสงครามอิสราเอล-ฮามาส และความตึงเครียดในทะเลแดง ผู้บริโภคไทยจึงเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นประจำวัน รัฐบาลควรเร่งหามาตรการบรรเทา เช่น สต็อกสำรองหรือ补贴 เพื่อไม่ให้กระทบ民生

จากข้อมูล ส.ค้าปลีก เผย น้ำมันปาล์ม ขึ้นราคาขวดละ 8 บ.-น้ำดื่มขึ้นแพ็คละ 5 บ. ชี้ให้เห็นว่าผลกระทบจากราคาน้ำมันจะลามไปยังสินค้าอื่นๆ ต่อเนื่อง ผู้ประกอบการค้าปลีกหลายรายเริ่มปรับกลยุทธ์ เช่น ลดปริมาณบรรจุภัณฑ์หรือหันใช้วัสดุทางเลือก เพื่อรักษาราคาให้ผู้บริโภค

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้อาจยืดเยื้อ หากสงครามไม่คลี่คลาย ผู้บริโภคควรวางแผนการใช้จ่าย ซื้อสินค้าจำเป็นล่วงหน้า และติดตามข่าวสารจากสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทยอย่างใกล้ชิด

สุดท้ายนี้ แนะนำให้ผู้บริโภคหันมาใช้ทางเลือกประหยัด เช่น ใช้น้ำมันพืชอื่นแทนปาล์ม หรือน้ำดื่มขนาดใหญ่เพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย ติดตามอัปเดตราคาสินค้าอุปโภคเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อเตรียมรับมือค่าครองชีพที่พุ่งสูง!

ที่มา – ส.ค้าปลีก เผย น้ำมันปาล์ม ขึ้นราคาขวดละ 8 บ.-น้ำดื่มขึ้นแพ็คละ 5 บ.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *