สุชัยยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ มนัส บุญจำนงค์
นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย เตรียมยื่นเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ มนัส บุญจำนงค์ อดีตฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก หลังถูกนำตัวส่งขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในข้อหาหนีโทษจำคุก 2 ปี 9 เดือน จากคดีฉ้อโกงโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล
การยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ มนัส บุญจำนงค์ ในครั้งนี้ เนื่องจากนายสุชัยเล็งเห็นถึงคุณงามความดีที่มนัสได้สร้างไว้ให้กับประเทศชาติ สร้างชื่อเสียงและความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศ จากการคว้าเหรียญทองในกีฬามวยสากลโอลิมปิกเกมส์ 2004 ที่กรีซ และเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นนักกีฬาคนแรกของไทยที่สามารถคว้าเหรียญโอลิมปิกได้ถึง 2 เหรียญ
สุชัย เตรียมยื่นเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ มนัส บุญจำนงค์
นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีมมวยสากลชุดโอลิมปิกเกมส์ 2004 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มนัสสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และมองว่าความผิดที่เกิดขึ้นนี้เป็นความผิดครั้งแรกของฮีโร่โอลิมปิก จึงต้องการให้ความช่วยเหลือเพื่อลดหย่อนโทษ โดยจะดำเนินการยื่นเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษโดยเร็วที่สุด ซึ่งได้ปรึกษาหารือกับทีมทนายความเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้
รายละเอียดคดีฉ้อโกงของมนัส บุญจำนงค์
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา มนัส บุญจำนงค์ อดีตนักมวยเหรียญทองโอลิมปิก ถูกจับกุมในข้อหา “ฉ้อโกง” โควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล สืบเนื่องจากในปี 2564 มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ดอนเมือง ว่าถูกมนัสหลอกลวงให้ซื้อโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินจำนวน 2 ล้านบาทให้แก่มนัส แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่ได้รับโควตาสลากตามที่ตกลงกันไว้ ผู้เสียหายจึงพยายามทวงถามขอเงินคืน แต่ถูกบ่ายเบี่ยง จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวงและเข้าแจ้งความในที่สุด
ภายหลังจากการแจ้งความ พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่มนัส และอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่เมื่อคดีเข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาล มนัสกลับมีพฤติกรรมหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาตามนัด ศาลจึงได้มีคำพิพากษาในคดีที่ 1 จำคุก 1 ปี 6 เดือน และในคดีที่ 2 จำคุก 1 ปี 3 เดือน รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 2 ปี 9 เดือน ก่อนที่จะออกหมายจับในที่สุด
การกระทำของมนัส บุญจำนงค์ ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เพราะเป็นการกระทำที่ขัดต่อภาพลักษณ์ของฮีโร่ที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ อย่างไรก็ตาม การยื่นขอพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ ถือเป็นความหวังที่จะให้โอกาสมนัสได้กลับตัวกลับใจ และกลับมาทำประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป
เรื่องราวของ มนัส บุญจำนงค์ เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราเห็นว่า แม้จะเป็นฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง การให้โอกาสและให้กำลังใจจึงเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยเหลือให้ผู้ที่เคยทำผิดพลาดได้กลับคืนสู่สังคม
ที่มา – สุชัย เตรียมยื่นเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ มนัส บุญจำนงค์ นักชกอดีตฮีโร่เหรียญทองอลป.