สิงคโปร์เตือนปชช.รับมือค่าไฟสูงขึ้น

สิงคโปร์เตือนปชช.รับมือค่าไฟสูงขึ้น ผลจากสงครามตะวันออกกลาง

เพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจและพลังงานอยู่แล้ว คงทราบดีว่าสถานการณ์โลกตอนนี้ตึงเครียดมาก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ล่าสุด สิงคโปร์เตือนปชช.รับมือค่าไฟสูงขึ้น แล้วนะ เพราะผลกระทบจากสงครามที่ยืดเยื้อ ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซnatural gas พุ่งปรี๊ด ส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าที่เราต้องจ่ายในชีวิตประจำวัน

ตัน ซี เลง รัฐมนตรีผู้กำกับดูแลกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ระบุชัดว่ารัฐบาลคาดการณ์ค่าไฟจะแพงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เป็นแหล่งผลิตพลังงานใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบและ LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) สำคัญมาก ถ้าปิดนานๆ อุปทานขาดแคลน ราคาก็พุ่งตามหลักอุปสงค์-อุปทานแน่นอน

สิงคโปร์เตือนปชช.รับมือค่าไฟสูงขึ้น ผลพวงสงครามตะวันออกกลาง

แม้สิงคโปร์จะไม่ได้พึ่งพาตะวันออกกลางมากเกินไป แต่ก็ยังได้รับผลกระทบ เพราะนำเข้าก๊าซธรรมชาติถึง 95% สำหรับผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ โชคดีที่ก๊าซครึ่งหนึ่งมาจากท่อส่งในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งปลอดภัยจากความขัดแย้ง และสิงคโปร์ยังกระจายแหล่งนำเข้าจากหลายประเทศ ทำให้ไม่เสี่ยงมาก แต่ราคาที่พุ่งขึ้นทั่วโลก ก็กระทบอยู่ดี

สิงคโปร์มีมาตรการรับมืออย่างไร

รัฐบาลสิงคโปร์ไม่ได้นั่งรอให้เกิดปัญหา แต่เตรียมการไว้ล่วงหน้า เช่น จัดตั้งคลังสำรองเชื้อเพลิงที่มีทั้งก๊าซและน้ำมันดีเซล สำหรับโรงไฟฟ้าใช้ในยามฉุกเฉิน นอกจากนี้ Energy Market Authority (EMA) ยังบังคับให้กังหันผลิตไฟฟ้าทุกเครื่องต้องรองรับทั้งก๊าซและดีเซล และทดสอบสลับเชื้อเพลิงเป็นประจำ ทำให้ระบบแข็งแกร่ง สามารถรับมือการหยุดชะงักได้ทันที

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานแล้ว รัฐมนตรีตันยังเรียกร้องให้ประชาชนและธุรกิจมีส่วนร่วม โดยประหยัดไฟฟ้า และเปลี่ยนมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น เช่น หลอด LED ตู้เย็นฉลากประหยัดไฟ เป็นต้น เพื่อบรรเทาผลกระทบร่วมกัน

“ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจล้วนมีส่วนสำคัญในการช่วยบรรเทาผลกระทบ ด้วยการประหยัดไฟฟ้าและหันมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น” ตัน ซี เลง กล่าว

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและวิธีรับมือสำหรับประชาชน

สำหรับชาวสิงคโปร์ ค่าไฟที่สูงขึ้นอาจทำให้งบครัวเรือนตึงตัว โดยเฉพาะครอบครัวใหญ่หรือธุรกิจขนาดเล็กที่ใช้ไฟเยอะ สงครามตะวันออกกลางไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะช่องแคบฮอร์มุซขนส่งน้ำมันโลกกว่า 20% ถ้าปิดนาน ราคาน้ำมันอาจทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ง่ายๆ ส่งผลต่อค่าไฟ LNG ที่สิงคโปร์ใช้หลัก

แล้วเราที่อยู่ในไทยล่ะ? แม้ไทยจะพึ่งก๊าซในประเทศและ LNG นำเข้า แต่ราคาก็ผันผวนตามตลาดโลก สิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศพัฒนาแล้วยังต้องเตือนแบบนี้ เราเองก็ควรเตรียมตัว โดยมีวิธีง่ายๆ ดังนี้

  • ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้า: เปลี่ยนหลอดไส้เป็น LED ลดค่าไฟได้ 80%
  • ปิดสวิตช์ไม่ใช้: ทีวี พัดลม ชาร์จมือถือ standby ก็กินไฟนะ
  • ปรับพฤติกรรม: อาบน้ำเย็นแทนน้ำร้อน ใช้พัดลมแทนแอร์ตอนอากาศไม่ร้อนมาก
  • ติดตั้งโซลาร์: สำหรับบ้านที่มีหลังคาเหลือ ลดค่าไฟระยะยาว
  • ตรวจบิลค่าไฟ: ถ้าสูงผิดปกติ รายงานการไฟฟ้าได้

สิงคโปร์เตือนปชช.รับมือค่าไฟสูงขึ้น แบบนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่ารัฐบาลที่มองการณ์ไกลจะเตรียมพร้อมยังไง ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการมีส่วนร่วมของประชาชน ในขณะที่โลกยังมีปัจจัยเสี่ยงจาก geopolitics ต่อไป ทุกประเทศต้อง diversify พลังงาน หันไปใช้ renewable มากขึ้น เช่น โซลาร์ ลม เพื่อลดความเสี่ยง

ส่วนตัวคิดว่าสถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนให้เราทุกคนปรับตัว ลองคำนวณดูว่าบ้านคุณใช้ไฟเดือนละกี่บาท ถ้าจะขึ้น 10-20% จะกระทบแค่ไหน? เริ่มประหยัดตั้งแต่วันนี้ดีกว่า คุณล่ะ พร้อมรับมือค่าไฟสูงขึ้นแบบสิงคโปร์ไหม? แชร์เคล็ดลับประหยัดไฟของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะ!

ที่มา – สิงคโปร์เตือนปชช.รับมือค่าไฟสูงขึ้น ผลพวงสงครามตะวันออกกลางดันราคาเชื้อเพลิงพุ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *