สาวไทยหิ้วไอซ์เข้าญี่ปุ่น เจอ 2 ข้อหาหนัก เสี่ยงคุกตลอดชีวิต

สาวไทยหิ้วไอซ์เข้าญี่ปุ่น เจอ 2 ข้อหาหนัก เสี่ยงคุกตลอดชีวิต

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีที่มีข่าว สาวไทย วัย 28 ปี หิ้วไอซ์ เข้าญี่ปุ่น ถูกตั้ง 2 ข้อหาหนัก อาจโดนโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟคาสนามบินฟุกุโอกะ สร้างความตื่นตระหนกให้กับครอบครัวและคนที่ประกอบอาชีพรับหิ้วของเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นพร้อมกับแฟนหนุ่มและเพื่อน โดยอ้างว่าไปรับจ้างหิ้วของเพื่อหารายได้เสริม แต่เมื่อถึงสนามบินฟุกุโอกะ เจ้าหน้าที่กลับตรวจพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในสินค้าที่หิ้วไป ทำให้เธอกลายเป็นผู้ต้องหาในคดีร้ายแรงทันที ซึ่งในขณะนี้ทาง ป.ป.ส. ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำเตือนสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้รับจ้างหิ้วของให้ระมัดระวังตัวให้มากยิ่งขึ้น

บทลงโทษทางกฎหมายเมื่อ สาวไทย วัย 28 ปี หิ้วไอซ์ เข้าญี่ปุ่น ถูกตั้ง 2 ข้อหาหนัก อาจโดนโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต

ทางด้านโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ให้ข้อมูลว่า การดำเนินคดีในประเทศญี่ปุ่นมีความเข้มงวดและมีกระบวนการที่แตกต่างจากไทย โดยขณะนี้หญิงสาวคนดังกล่าวถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและกฎหมายศุลกากร ซึ่งหากผลการสอบสวนพบว่าเป็นการลักลอบนำเข้าเพื่อการค้า โทษสูงสุดอาจถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต แต่โดยปกติแล้วศาลจะพิจารณาตามพฤติการณ์ ซึ่งมักจะได้รับโทษจำคุกประมาณ 5-10 ปี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อัยการญี่ปุ่นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ หากไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาจะถูกผลักดันกลับไทยโดยเร็ว

ป.ป.ส. ได้ย้ำเตือนประชาชนอยู่เสมอว่า การซุกซ่อนยาเสพติดในบรรจุภัณฑ์อาหาร เช่น ซองกาแฟ หรือซองครีมเทียม เป็นกลวิธีที่กลุ่มขบวนการยาเสพติดมักนำมาใช้หลอกคนให้รับจ้างหิ้วของโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งที่ผู้รับจ้างไม่ทราบว่าภายในมีสิ่งผิดกฎหมายอยู่ ซึ่งความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจแลกด้วยอิสรภาพทั้งชีวิต

บทเรียนราคาแพงจากการรับหิ้วของไปต่างประเทศ

จากกรณีข่าว สาวไทย วัย 28 ปี หิ้วไอซ์ เข้าญี่ปุ่น ถูกตั้ง 2 ข้อหาหนัก อาจโดนโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต นี้ ถือเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีสำหรับใครก็ตามที่คิดจะหารายได้เสริมจากการรับหิ้วสินค้าไปต่างประเทศ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผู้ว่าจ้างเป็นใครหรือสิ่งของในกล่องพัสดุคืออะไร การตรวจตราอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากใครพบความผิดปกติของน้ำหนักหรือรอยแกะซีลพัสดุ ควรปฏิเสธการขนส่งทันทีเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

  • ตรวจสอบพัสดุทุกครั้งก่อนรับฝากหิ้ว
  • ปฏิเสธข้อเสนอจากคนแปลกหน้าที่ดูไม่น่าไว้วางใจ
  • การรับฝากของโดยไม่สำแดงต่อศุลกากรมีความผิดตั้งแต่ต้น
  • กรณีสงสัยพัสดุผิดปกติ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ท้ายที่สุด การทำงานหารายได้สุจริตเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยและไม่เสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศที่อาจส่งผลเสียต่ออนาคตอย่างประเมินค่าไม่ได้

ที่มา – โฆษก ป.ป.ส. เผย สาวไทย วัย 28 ปี หิ้วไอซ์ เข้าญี่ปุ่น ถูกตั้ง 2 ข้อหาหนัก อาจโดนโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *