สายสุนีย์ หวังผ่านควอลิฟายพาราลิมปิกเกมส์

เส้นทางของนักกีฬาทีมชาติไทยยังคงเต็มไปด้วยความท้าทายและแรงผลักดัน โดยเฉพาะเรื่องราวของ สายสุนีย์ จ๊ะนะ หรือ แวว นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบหญิงวัย 52 ปี ผู้สร้างผลงานโดดเด่นบนเวทีระดับนานาชาติ หลังคว้า 2 เหรียญทองจากการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจให้กับเจ้าตัวและครอบครัว แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญให้กับวงการกีฬาคนพิการของไทยอีกด้วย

เป้าหมายต่อไปของเธอชัดเจนมาก นั่นคือการเดินหน้าควอลิฟายเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้จะมีประสบการณ์และความสำเร็จมากมาย แต่สายสุนีย์ยังมองว่าการผ่านรอบคัดเลือกเป็นภารกิจสำคัญที่สุดก่อนจะพูดถึงจำนวนเหรียญรางวัล เพราะการแข่งขันระดับโลกมีรายละเอียดมากมายที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ และการวางแผนการแข่งขัน

สายสุนีย์ หวังผ่านควอลิฟายพาราลิมปิกเกมส์

สายสุนีย์เปิดใจว่า ผลงานในเอเชียนพาราเกมส์ครั้งล่าสุดถือว่าทะลุเป้าหมายที่วางไว้ เดิมทีเธอตั้งใจลงแข่งขันถึง 9 อีเวนต์ และหวังคว้าเหรียญรางวัลให้ได้มากที่สุด ที่สำคัญคือการป้องกันแชมป์ในรายการที่เคยทำผลงานได้ดี เมื่อจบการแข่งขัน เธอสามารถคว้า 2 เหรียญทองกลับมาได้ จึงถือเป็นผลงานที่น่าประทับใจอย่างมาก แม้จะพลาดเหรียญทองในประเภทดาบเอเป้ ซึ่งเป็นอาวุธที่ถนัดที่สุด และต้องรับเหรียญเงินจากนักกีฬาสาธารณรัฐเกาหลีใต้ก็ตาม

การพ่ายแพ้ในรายการดาบเอเป้สร้างความเสียใจให้กับสายสุนีย์ไม่น้อย เพราะเธอตั้งใจจะรักษาแชมป์ให้ได้ อย่างไรก็ตาม นักกีฬามากประสบการณ์รายนี้สามารถรวบรวมสมาธิและกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เธอยังมีภารกิจในการแข่งขันประเภททีมและต้องทำหน้าที่เป็นแบบอย่างให้กับน้องๆ ในทีมชาติ การคิดถึงเป้าหมายร่วมกันทำให้เธอไม่ปล่อยให้ความผิดหวังมาหยุดเส้นทางของตัวเอง

บทเรียนจากความพ่ายแพ้และการเริ่มต้นใหม่

สิ่งที่น่าสนใจจากเรื่องราวของสายสุนีย์คือวิธีจัดการกับความกดดัน เธอไม่ได้ปฏิเสธความรู้สึกเสียใจ แต่เลือกยอมรับมัน แล้วค่อยๆ นำตัวเองกลับมาอยู่กับการแข่งขันตรงหน้า การเริ่มต้นใหม่หลังความผิดหวังเป็นทักษะสำคัญของนักกีฬาทุกคน โดยเฉพาะการแข่งขันที่แต่ละคะแนนสามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ทันที

สายสุนีย์มองว่าการตั้งเป้าหมายเป็นสิ่งจำเป็น แต่การกดดันตัวเองมากเกินไปอาจส่งผลเสีย เธอจึงไม่ประกาศว่าจะต้องคว้า 3 เหรียญทองในพาราลิมปิกเกมส์ 2028 อย่างแน่นอน เพราะประสบการณ์จากเอเชียนพาราเกมส์ทำให้เห็นว่า เมื่อบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าต้องชนะทุกแต้ม ความกังวลอาจเพิ่มขึ้นจนเสียสมาธิ ดังนั้น เป้าหมายหลักของเธอคือการเตรียมตัวให้ดีที่สุด ผ่านการควอลิฟายให้ได้ก่อน และค่อยเดินหน้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายอย่างมีสติ

  • เตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการแข่งขันต่อเนื่อง
  • เก็บคะแนนสะสมในรายการสำคัญระดับนานาชาติ
  • วางแผนรับมือกับความกดดันในแต่ละแมตช์
  • รักษาสมาธิและโฟกัสกับคะแนนตรงหน้า
  • ทำงานร่วมกับทีมโค้ชและเพื่อนร่วมทีมอย่างใกล้ชิด

เป้าหมายพาราลิมปิกเกมส์ 2028 ของนักสู้ทีมชาติไทย

สำหรับพาราลิมปิกเกมส์ 2028 สายสุนีย์ยังคงต้องผ่านระบบคัดเลือกและสะสมคะแนนจากการแข่งขันหลายรายการในช่วง 2 ปีข้างหน้า การควอลิฟายจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้จากการแข่งขันเพียงครั้งเดียว แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ การเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ และการบริหารร่างกายอย่างเป็นระบบ ทุกอีเวนต์มีความสำคัญต่ออันดับและโอกาสในการผ่านเข้าสู่เวทีใหญ่

ประสบการณ์ของสายสุนีย์ทำให้เธอเข้าใจดีว่า นักกีฬาที่ต้องการไปพาราลิมปิกเกมส์จำเป็นต้องมีแผนระยะยาว การเก็บตัวฝึกซ้อมเพียงช่วงสั้นๆ ก่อนการแข่งขันอาจไม่เพียงพอ เพราะวีลแชร์ฟันดาบต้องใช้ทั้งความเร็ว ความแม่นยำ การอ่านเกม และการตัดสินใจภายในเวลาไม่กี่วินาที หากมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง นักกีฬาจะสามารถพัฒนาศักยภาพและรักษามาตรฐานการเล่นได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากเรื่องการแข่งขันแล้ว สายสุนีย์ยังฝากข้อคิดเกี่ยวกับการบริหารเงินรางวัลให้กับนักกีฬารุ่นน้อง เธอแนะนำว่าเงินรางวัลที่ได้รับควรแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกสำหรับครอบครัว ส่วนที่สองสำหรับคนที่รักและให้การสนับสนุน และส่วนที่สามควรเก็บไว้เพื่อตัวเอง การวางแผนลักษณะนี้ช่วยให้มีเงินสำรองสำหรับอนาคต เพราะไม่มีใครรู้ว่าการแข่งขันครั้งต่อไปจะประสบความสำเร็จหรือไม่

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านักกีฬาอาชีพไม่ได้ต้องเตรียมตัวเฉพาะในสนามเท่านั้น แต่ยังต้องวางแผนชีวิตนอกสนามด้วย การรู้จักประหยัด การใช้เงินอย่างมีเป้าหมาย และการเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาที่ไม่มีการแข่งขัน ล้วนเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้นักกีฬามีความมั่นคงมากขึ้น สายสุนีย์จึงไม่ได้มอบเพียงแรงบันดาลใจด้านกีฬา แต่ยังส่งต่อบทเรียนด้านการใช้ชีวิตให้กับคนรุ่นใหม่

เสียงเรียกร้องการสนับสนุนนักกีฬาพาราไทย

สายสุนีย์ยังเรียกร้องให้ภาครัฐ การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สนับสนุนนักกีฬาพาราไทยอย่างต่อเนื่อง เธอมองว่าการเดินทางไปเก็บคะแนนเพื่อควอลิฟายพาราลิมปิกเกมส์จำเป็นต้องเข้าร่วมการแข่งขันหลายอีเวนต์ หากขาดโอกาสหรือมีงบประมาณไม่เพียงพอ นักกีฬาอาจเสียเปรียบคู่แข่งจากประเทศอื่นที่มีระบบสนับสนุนพร้อมกว่า

การเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยยกระดับผลงาน นักกีฬาจะได้มีเวลาเตรียมแผนการเล่น ทดลองเทคนิคใหม่ และทำงานร่วมกับทีมแพทย์ นักกายภาพบำบัด และผู้ฝึกสอน นอกจากนี้ เงินรางวัลที่เหมาะสมยังเป็นกำลังใจให้นักกีฬาทุ่มเทเวลาและแรงกายเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ สายสุนีย์เชื่อว่านักกีฬาคนพิการทุกคนทำหน้าที่ในนามทีมชาติอย่างเต็มความสามารถ จึงควรได้รับการดูแลที่สอดคล้องกับผลงานและความทุ่มเท

เรื่องราวของสายสุนีย์เป็นตัวอย่างของนักกีฬาที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง แม้จะประสบความสำเร็จมาหลายครั้ง แต่เธอยังให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อม การวางแผน และการเริ่มต้นใหม่อยู่เสมอ เป้าหมายการผ่านควอลิฟายพาราลิมปิกเกมส์ 2028 จึงไม่ใช่เพียงความฝันส่วนตัว แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยเห็นคุณค่าของความพยายาม ความอดทน และการมีวินัย

ในมุมมองของแฟนกีฬา สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดคือสายสุนีย์ไม่ได้วัดความสำเร็จจากเหรียญรางวัลเพียงอย่างเดียว เธอให้ความสำคัญกับการทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในทุกแมตช์ การรักษาสุขภาพ การเป็นพี่เลี้ยงให้รุ่นน้อง และการส่งต่อพลังใจให้สังคม หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม เราอาจได้เห็นเธอสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งบนเวทีพาราลิมปิกเกมส์

สายสุนีย์ หวังผ่านควอลิฟายพาราลิมปิกเกมส์ ด้วยความมุ่งมั่นและการวางแผนอย่างรอบคอบ ภารกิจจากนี้จึงเป็นการเก็บคะแนนทีละรายการ ฝึกซ้อมทีละวัน และรักษาสมาธิให้มั่นคง สำหรับแฟนกีฬาชาวไทย การส่งกำลังใจและสนับสนุนนักกีฬาพาราอย่างต่อเนื่องคือพลังสำคัญที่จะช่วยให้ทีมชาติไทยก้าวไปถึงเป้าหมาย ขอให้ทุกคนร่วมติดตามและเป็นกำลังใจให้สายสุนีย์เดินหน้าสู่พาราลิมปิกเกมส์ 2028 อย่างภาคภูมิใจ

ที่มา – สายสุนีย์ หวังผ่านควอลิฟายพาราลิมปิกเกมส์ – ล็อกเป้ามีเหรียญทองให้ทัพไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *