สหรัฐฯ เสี่ยงเจอชัตดาวน์ หลังเจรจางบประมาณไร้ผล
สถานการณ์ในสหรัฐอเมริกากำลังตึงเครียด เมื่อรัฐบาลกลางมีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับภาวะ รัฐบาลสหรัฐฯ เสี่ยงเจอชัตดาวน์ หากสภาคองเกรสไม่สามารถตกลงเรื่องงบประมาณได้ทันเส้นตายที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ การเจรจาที่ทำเนียบขาวที่ผ่านมายังไม่มีข้อยุติ ทำให้หลายฝ่ายกังวลถึงผลกระทบที่จะตามมา
หาก รัฐบาลสหรัฐฯ เสี่ยงเจอชัตดาวน์ จริง จะส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐหลายแห่งต้องหยุดทำการชั่วคราว และข้าราชการจำนวนมากจะถูกพักงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริการสาธารณะต่าง ๆ ที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
รัฐบาลสหรัฐฯ เสี่ยงเจอชัตดาวน์
การประชุมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสมาชิกรัฐสภาจากพรรคเดโมแครตเข้าร่วมนั้น ไม่สามารถหาจุดร่วมกันได้ ทั้งสองฝ่ายต่างโยนความผิดให้อีกฝ่าย หาก รัฐบาลสหรัฐฯ เสี่ยงเจอชัตดาวน์ และหน่วยงานรัฐต้องปิดทำการ
รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลจะเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ โดยพรรคเดโมแครตยืนยันว่าการขยายกรอบเวลางบประมาณนั้นต้องรวมถึงการคงสิทธิประโยชน์ด้านเฮลท์แคร์ที่กำลังจะหมดอายุ ในขณะที่พรรครีพับลิกันของทรัมป์ยืนยันว่าประเด็นดังกล่าวควรได้รับการพิจารณาแยกจากเรื่องงบประมาณ
ชัค ชูเมอร์ แกนนำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภากล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมาก และหากไม่มีข้อตกลงเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่องค์การนาซาไปจนถึงอุทยานแห่งชาติ อาจถูกสั่งพักงาน ศาลรัฐบาลกลางอาจต้องปิดทำการ และเงินสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กอาจถูกเลื่อนการเบิกจ่ายออกไป
ทำไมรัฐบาลสหรัฐฯ เสี่ยงเจอชัตดาวน์?
ปัญหาการต่อรองด้านงบประมาณระหว่างสองพรรคการเมืองนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา และมักจะได้รับการแก้ไขในนาทีสุดท้ายเสมอ แต่ในครั้งนี้ความไม่แน่นอนกลับทวีคูณมากขึ้นจากท่าทีของทรัมป์ที่พร้อมจะเพิกเฉยต่อกฎหมายการใช้จ่ายที่ผ่านการเห็นชอบจากสภาคองเกรสไปแล้ว
ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาวได้มีคำสั่งให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลกลาง จัดทำแผนการปลดพนักงานครั้งใหญ่ หากสภาคองเกรสไม่สามารถตกลงเรื่องงบประมาณกันได้ จนนำไปสู่ภาวะการปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือชัตดาวน์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นการเปลี่ยนแนวทาง จากเดิมที่ทำเพียงสั่งให้พนักงานหยุดงานชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าจ้าง (furlough) ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในการชัตดาวน์ครั้งก่อนๆ
ขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นความพยายามของทำเนียบขาวที่จะใช้ภาวะชัตดาวน์เป็นโอกาสในการผลักดันนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการลดขนาดกำลังคนของรัฐบาลกลาง หรือเป็นเพียงกลยุทธ์ในการบีบให้พรรคเดโมแครตยอมผ่านร่างกฎหมายงบประมาณของพรรครีพับลิกัน
สถานการณ์ รัฐบาลสหรัฐฯ เสี่ยงเจอชัตดาวน์ นี้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง
การที่สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะชัตดาวน์ แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง และระบบการเมืองที่อาจจะไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลและควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ที่มา – รัฐบาลสหรัฐฯ เสี่ยงเจอชัตดาวน์ หลังเจรจาที่ทำเนียบขาวไร้ข้อยุติเรื่องงบประมาณ