สหรัฐฯ-อิหร่าน ปิดฉากเจรจานิวเคลียร์คืบหน้า จ่อเวียนนา

สหรัฐฯ อิหร่าน เจรจานิวเคลียร์

ข่าวใหญ่จากเวทีการทูตระหว่างประเทศ เมื่อ สหรัฐฯ-อิหร่าน ปิดฉากเจรจานิวเคลียร์คืบหน้า รอบล่าสุดที่กรุงเจนีวา ส่งสัญญาณบวกให้โลกโล่งใจ โดยมีโอมานเป็นตัวกลางสำคัญในการเจรจาแบบทางอ้อมครั้งนี้ การประชุมรอบที่ 3 ดำเนินไปอย่างเข้มข้นตั้งแต่เช้าวันพฤหัสบดีที่ 26 ก.พ. และจบลงด้วยความคืบหน้าที่มีนัยสำคัญ

สหรัฐฯ-อิหร่าน ปิดฉากเจรจานิวเคลียร์คืบหน้า

ซัยยิด บาดร์ บิน ฮามัด บิน ฮามูด อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า การเจรจามีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด คู่เจรจาทั้งสองฝ่ายเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์มากกว่าที่ผ่านมา และยืนยันว่าจะกลับมาเจรจาต่อในเร็ววัน หลังปรึกษาหารือในเมืองหลวง ส่วนระดับเทคนิคจะจัดขึ้นที่กรุงเวียนนาวันจันทร์หน้า (2 มี.ค.) ซึ่งตรงกับรอบที่ 4 ต่อไป

สหรัฐฯ-อิหร่าน ปิดฉากเจรจานิวเคลียร์คืบหน้า: ตัวแทนคนสำคัญ

ฝั่งอิหร่านนำโดย ซัยยิด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ที่ยืนยันว่าการหารือด้วยดี และคาดว่าจะมีรอบต่อไปใน 1 สัปดาห์ ด้านสหรัฐฯ ส่ง สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษประธานาธิบดี และ จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มาบริหารการเจรจา ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น หลังสหรัฐเสริมกำลังทหารในตะวันออกกลาง

  • ฝั่งอิหร่าน: เน้นโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติ และเรียกร้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด
  • ฝั่งสหรัฐฯ: ต้องการข้อตกลงไม่มีกำหนดเวลา สามารถตรวจสอบได้เต็มรูปแบบ เพื่อป้องกันอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมขู่ใช้กำลังทหารหากล้มเหลว
  • โอมาน: ทำหน้าที่คนกลาง ช่วยประสานให้การเจรจาเดินหน้า

ประเด็นร้อนในการเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน

รอบก่อนหน้านี้ที่มัสกัตและเจนีวา เน้นจำกัดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและสต็อกของอิหร่าน แลกกับการผ่อนคล่ำบาตร รัฐบาลทรัมป์ย้ำชัดว่าต้องการข้อตกลงที่แข็งแกร่งกว่าข้อตกลง JCPOA ปี 2015 ที่ทรัมป์เคยถอนตัว ในขณะที่อิหร่านยืนยันไม่แสวงอาวุธนิวเคลียร์ แต่ต้องการสิทธิ์ใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อพลเรือน

ปูมหลังข้อพิพาทนิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน

ข้อพิพาทนี้ยืดเยื้อมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ JCPOA หรือข้อตกลงนิวเคลียร์ร่วมร่วมถาวรปี 2015 ที่อิหร่านยอมจำกัดโครงการแลกการยกเลิกคว่ำบาตร แต่ปี 2018 ประธานาธิบดีทรัมป์ถอนตัว ส่งผลให้อิหร่านเร่งเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเกินขีดจำกัด สหรัฐตอบโต้ด้วย “แรงกดดันสูงสุด” คว่ำบาตรหนัก จนสถานการณ์ตึงเครียดถึงขั้นขู่ทำสงคราม

การเจรจาครั้งนี้ภายใต้รัฐบาลทรัมป์รอบใหม่ (สมมติตามบริบท) แสดงถึงความพยายามฟื้นฟู แต่ยังเผชิญอุปสรรค เช่น การแทรกแซงจากอิสราเอลและซาอุฯ ที่กังวลอิหร่านแข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างสงครามกาซาและฮูธีในเยเมน ก็ทำให้การเจรจายากลำบาก

ความคืบหน้าครั้งนี้หมายถึงอะไร

การที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับแนวทางใหม่ ถือเป็นสัญญาณบวกครั้งใหญ่ แสดงถึงเจตจำนงทางการเมือง โดยเฉพาะจากทรัมป์ที่เคยแข็งกร้าว หากสำเร็จ จะช่วยลดความเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์ในภูมิภาค ลดราคาน้ำมันโลก และเปิดทางเศรษฐกิจให้อิหร่าน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือน ยังต้องจับตาการตรวจสอบ IAEA และการปฏิบัติจริง

นอกจากนี้ การเจรจาระดับเทคนิคที่เวียนนาจะเป็นด่านสำคัญ ว่าจะตกลงกรอบข้อตกลงชั่วคราวได้หรือไม่ เช่น ลดสต็อกยูเรเนียมเหลือ 3.67% สมรรถนะ เพื่อแลกเงิน凍結ปล่อย

  • ข้อดี: ลดความเสี่ยงขยายอาวุธ, เสถียรภาพพลังงานโลก
  • ความท้าทาย: ความไม่ไว้วางใจระหว่างกัน, แรงกดดันภายใน
  • อนาคต: อาจนำไปสู่ JCPOA 2.0 หากทุกฝ่ายยืดหยุ่น

สรุปแล้ว สหรัฐฯ-อิหร่าน ปิดฉากเจรจานิวเคลียร์คืบหน้า ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญสู่สันติภาพ แต่ยังอีกยาวไกล โลกกำลังจับตา

ความเห็นส่วนตัว: การเจรจาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการทูตยังมีพลัง แม้ในยุคตึงเครียด หากทั้งสองฝ่ายมุ่งผลประโยชน์ร่วมกัน ข้อตกลงใหม่จะเปลี่ยนโฉมตะวันออกกลางได้จริง ติดตามอัปเดตต่อไป และแสดงความคิดเห็นของคุณด้านล่าง: คุณมองอนาคตเจรจานี้อย่างไร?

ที่มา – สหรัฐฯ-อิหร่าน ปิดฉากเจรจานิวเคลียร์ ส่งสัญญาณคืบหน้า จ่อคุยต่อที่เวียนนาจันทร์หน้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *