สหพันธ์สิบล้อ ขึ้นค่าขนส่ง 10% มีผล 1 เม.ย.

สหพันธ์สิบล้อ ขึ้นค่าขนส่ง 10% แล้วนะครับ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 นี้เลย หลังจากราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นไป 6 บาทเต็มๆ ทำให้ต้นทุนการขนส่งพุ่งกระฉูด สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ซึ่งรวม 16 องค์กรสมาชิก ได้ประชุมกันเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 และมีมติสำคัญ 7 ข้อ เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้แบบเต็มสูบ

สหพันธ์สิบล้อ ขึ้นค่าขนส่ง 10%: มติ 7 ข้อแบบละเอียด

มาดูกันว่ามติทั้ง 7 ข้อนี้มีอะไรบ้าง และจะกระทบอะไรต่อผู้ประกอบการขนส่งและธุรกิจต่างๆ สหพันธ์สิบล้อ ขึ้นค่าขนส่ง 10% เป็นขั้นแรก โดยจะปรับแบบขั้นบันไดตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง

  • ข้อ 1: ปรับอัตราค่าขนส่งแบบขั้นบันได ขั้นแรกขึ้น 10% จากนั้นขั้นต่อไป 15-20% และสุดท้าย 20-35% โดยพิจารณาตามระยะทางขนส่ง ถ้าสั้นหรือไกล จะปรับให้เหมาะสม มีผลทันที 1 เม.ย. 2567 นี่แหละครับ
  • ข้อ 2: กำหนดให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มและจ๊อบเบอร์ใกล้เคียงกัน พร้อมปล่อยน้ำมันให้ครบตามโควตา ไม่ให้เกิดการกักตุนหรือเก็งกำไร
  • ข้อ 3: จะไม่ใช้น้ำมัน B20 เพราะไม่เหมาะกับรถบรรทุก ผสมของแพงกับถูกไม่คุ้มค่า แถมอาจทำให้เครื่องยนต์มีปัญหาได้
  • ข้อ 4: ขอเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารของศบก.ทั้งชุด เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจที่เป็นธรรม
  • ข้อ 5: ปรับโครงสร้างราคาทั้งระบบให้สมเหตุสมผล ลดช่องโหว่ที่ทำให้ต้นทุนสูงเกินไป
  • ข้อ 6: ขอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีลาภลอยจากผู้ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันแพง
  • ข้อ 7: รณรงค์ให้ผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีในการจัดการรับส่งสินค้า ลดรถเที่ยวเปล่า ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และลดการปล่อยคาร์บอนตามนโยบาย ESG

ทำไมสหพันธ์สิบล้อ ขึ้นค่าขนส่ง 10% ในตอนนี้

สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งขึ้น 6 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของรถบรรทุกสิบล้อ รถ 6 ล้อ และรถขนส่งอื่นๆ การขนส่งทางบกคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ในระบบลอจิสติกส์ไทยกว่า 80% ถ้าต้นทุนขึ้นแต่ค่าบริการไม่ปรับ ประกอบการจะขาดทุนหนัก สหพันธ์จึงต้องออกมาตรการนี้เพื่อความอยู่รอด

นอกจากนี้ B20 ที่รัฐบาลผลักดันให้ใช้เพื่อลดนำเข้าน้ำมันปาล์ม แต่สำหรับรถบรรทุกที่วิ่งไกลยาวนาน B20 มีปัญหาเรื่องการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ อาจทำให้กรองอุดตันหรือเครื่องร้อนง่าย ผู้ประกอบการจึงปฏิเสธชัดเจน

ผลกระทบจากการสหพันธ์สิบล้อ ขึ้นค่าขนส่ง 10%

การขึ้นค่าขนส่ง 10% ครั้งนี้จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งประเทศ สินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบโรงงาน ผลไม้สด หรือสินค้าออนไลน์ จะมีต้นทุนสูงขึ้น ผู้บริโภคอย่างเราอาจเห็นราคาสินค้าปรับขึ้น 2-5% ในระยะสั้น โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นอย่างข้าวสาร เนื้อสัตว์ หรือน้ำมันพืช

ธุรกิจขนาดเล็กที่พึ่งพาการขนส่งมาก เช่น ร้านค้าออนไลน์ SME โรงงานผลิตอาหาร จะเดือดร้อนหนัก แต่ในทางกลับกัน ถ้าไม่ขึ้นค่าก็อาจทำให้ผู้ประกอบการล้มละลาย ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนสินค้ามากกว่า

ด้านรัฐบาลควรเข้ามาช่วยเหลือยังไง? อย่างน้อยควรลดภาษีนำเข้าน้ำมัน ลดภาษีสรรพสามิตชั่วคราว หรืออุดหนุนโควตาน้ำมันให้รถบรรทุกโดยตรง แทนที่จะผลักให้ประชาชนแบกภาระทางอ้อม

นอกจากนี้ การรณรงค์ใช้เทคโนโลยีอย่างแอปจัดการเส้นทาง GPS หรือระบบจองคิวสินค้า จะช่วยลดรถเที่ยวเปล่าที่เสียต้นทุนเปล่าๆ ถึง 30% ของการขนส่งทั้งหมด ช่วยลดคาร์บอนด้วย ถ้าทำได้จริงจะ win-win มาก

ส่วนเรื่องศบก. ที่ถูกกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน คงต้องมีการตรวจสอบจริงจัง เพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแลมีอิสระในการตัดสินใจ

สรุปแล้ว สหพันธ์สิบล้อ ขึ้นค่าขนส่ง 10% เป็นการปรับตัวที่จำเป็นในสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน แต่หวังว่ารัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือควบคู่ไปด้วย

ความเห็นส่วนตัว: ผมคิดว่าการขึ้นค่าครั้งนี้สมเหตุสมผล แต่ผู้ประกอบการควรเร่งปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนระยะยาว จะได้ไม่ต้องขึ้นบ่อยๆ ลองนึกภาพรถสิบล้อวิ่งเต็มประสิทธิภาพ ไม่เที่ยวเปล่า น่าจะช่วยเศรษฐกิจไทยได้เยอะ

CTA: คุณคิดยังไงกับการสหพันธ์สิบล้อ ขึ้นค่าขนส่ง 10% นี้? จะกระทบธุรกิจคุณไหม คอมเมนต์บอกกันด้านล่าง สมัครรับข่าวสารอัปเดตเรื่องลอจิสติกส์และเศรษฐกิจไทยได้เลย!

ที่มา – สหพันธ์สิบล้อ ขึ้นค่าขนส่ง 10% มีผล 1 เม.ย. ขอเปลี่ยนศบก.ทั้งชุด ชี้มีผลประโยชน์ทับซ้อน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *