สลด! เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ ยอดเจ็บพุ่ง 70 ราย
อุบัติเหตุสะเทือนขวัญ! เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บพุ่งสูงถึง 70 ราย และเสียชีวิต 22 ราย ส่วนใหญ่ถูกอัดก๊อปปี้คาซากรถไฟ รายละเอียดเป็นอย่างไร มาติดตามกัน
จากรายงานข่าวเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูง บริเวณคานทางต่างระดับช่วงบ้านถนนคต หมู่ 11 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยเครนดังกล่าวมีความสูงจากพื้นดินประมาณ 9 เมตร ได้ร่วงลงมาทับขบวนรถไฟดีเซลรางด่วนพิเศษที่ 21 ซึ่งกำลังแล่นผ่านสถานีรถไฟสีคิ้ว มุ่งหน้าจากกรุงเทพอภิวัฒน์ไปยังอุบลราชธานี แรงกระแทกทำให้ตู้โดยสาร 2 ตู้ตกราง และตู้ที่ 2 เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
หน่วยกู้ชีพพรหมธรรมสีคิ้วและฮุก.31 โคราช ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน พบว่ามีผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 70 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลสีคิ้วเพื่อทำการรักษา ในจำนวนนี้มี 20 รายที่มีอาการสาหัส และอยู่ในระหว่างการเตรียมเคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ซึ่งมีความพร้อมทั้งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยกว่า น่าเศร้าที่พบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุแล้ว 22 ราย และยังมีผู้ที่ติดอยู่ภายในตู้โดยสารอีกจำนวนหนึ่ง
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ของสัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ซึ่งมีระยะทางรวม 37.45 กิโลเมตร โดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ขณะเกิดเหตุ เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ นั้น โครงการมีความคืบหน้าไปแล้วถึง 99.45% ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติงานตามปกติ
นาทีชีวิต! รถไฟตู้แรกรอดหวุดหวิด ก่อนเครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ
นายธีระวัฒน์ บุญทวี พนักงานขับรถไฟ และนายเอกพล สมสูง ช่างเครื่อง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมขบวนรถไฟ 3 ตู้ที่บรรทุกผู้โดยสารจากสถานีกรุงเทพฯ ปลายทางอุบลราชธานี ให้การว่า ขณะเกิดเหตุรถไฟกำลังใช้ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถไฟตู้แรกสามารถแล่นผ่านจุดเกิดเหตุไปได้อย่างหวุดหวิด แต่เคราะห์ร้ายที่เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ ในตู้ที่ 2 และ 3 ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินดังที่ปรากฏ
เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ: บทเรียนราคาแพงที่ต้องทบทวน
อุบัติเหตุครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องทบทวนมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ เป็นสิ่งที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม และกระตุ้นให้เกิดคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่
มาตรการความปลอดภัยที่ต้องพิจารณา:
- การตรวจสอบสภาพและความพร้อมของเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ
- การฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน
- การวางแผนและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนเริ่มงานก่อสร้าง
- การติดตั้งระบบป้องกันและเตือนภัยที่เหมาะสม
- การกำกับดูแลและตรวจสอบการทำงานอย่างเข้มงวด
การป้องกันอุบัติเหตุเป็นหน้าที่ของทุกคน การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด สามารถช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้
เหตุการณ์ เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุ แต่เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้นำบทเรียนครั้งนี้ไปปรับปรุงและพัฒนาระบบความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีก
เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้
ที่มา – ยอดเจ็บพุ่ง 70 ราย เครนก่อสร้าง ถล่มทับรถไฟ เผยนาทีตู้แรกวิ่งผ่าน ทับตู้ 2-3