สภาพอากาศวันนี้ ฝนถล่ม 52 จังหวัด

สภาพอากาศวันนี้ ฝนถล่ม 52 จังหวัด กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนหลายพื้นที่ให้เตรียมรับมือฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และอาจมีฟ้าผ่า โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศแปรปรวนและต้องติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด

พยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ภาคใต้มีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มได้ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ประชาชนควรตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้าน รวมถึงเตรียมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหากอยู่ในจุดเสี่ยง

สภาพอากาศวันนี้ ฝนถล่ม 52 จังหวัด

สำหรับประเทศไทยตอนบน อาจเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงจากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุม ทำให้หลายจังหวัดมีฝนตกหนักเป็นระยะ

พื้นที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและลมแรง

ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงกับฝนตกหนักบางแห่ง จังหวัดที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 21-26 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่ง ครอบคลุมจังหวัดเลย ขอนแก่น มหาสารคาม ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส

ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยมีโอกาสเกิดลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่งในนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ประชาชนควรระวังต้นไม้หัก ป้ายโฆษณา และสิ่งของที่อาจปลิวจากแรงลม

ภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยเฉพาะนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 2 เมตร ผู้ที่เดินทางไปชายฝั่งหรือประกอบอาชีพประมงควรเพิ่มความระมัดระวัง

ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในเพชรบุรี ชุมพร ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อาจมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ จึงควรติดตามระดับน้ำและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานในพื้นที่

ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ ฝนตกหนักบางแห่งในระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ส่วนตรังกับสตูลอาจมีฝนตกหนักมาก ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร เรือเล็กควรหลีกเลี่ยงการออกจากฝั่งในช่วงที่มีสภาพอากาศรุนแรง

กรุงเทพฯ และปริมณฑลต้องเตรียมตัวอย่างไร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ผู้ใช้รถควรเผื่อเวลาเดินทาง เพราะฝนตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำรอการระบาย ถนนลื่น และทัศนวิสัยลดลง หากมีประกาศเตือนฝนฟ้าคะนอง ควรหลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่หรือใกล้ป้ายโฆษณา

กรมอุตุนิยมวิทยายังแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และบริเวณสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงเกิดพายุ หากได้ยินเสียงฟ้าร้องควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น และไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือกลางแจ้งในบริเวณที่มีความเสี่ยงจากฟ้าผ่า

  • ตรวจสอบพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยก่อนเดินทาง
  • เก็บสิ่งของที่ปลิวได้เข้าที่ และตรวจสอบหลังคาบ้านให้เรียบร้อย
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำ ทางน้ำไหลผ่าน และเส้นทางที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก
  • งดออกเรือเมื่อมีฝนฟ้าคะนองหรือคลื่นสูง
  • เตรียมไฟฉาย ยาประจำตัว น้ำดื่ม และเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินไว้ให้พร้อม

โดยสรุป สภาพอากาศวันนี้ ฝนถล่ม 52 จังหวัด เป็นสถานการณ์ที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ฝนอาจตกไม่พร้อมกันทุกพื้นที่ แต่ลมแรง ฟ้าผ่า และฝนสะสมสามารถสร้างผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว การเตรียมตัวล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงจะช่วยลดอันตรายได้ ขอให้ทุกคนตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานท้องถิ่นก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เปิดชื่อ 52 จังหวัด ฝนถล่ม ลมแรง ฟ้าผ่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *