สภาผู้แทนสหรัฐฯ ปัดตกมติสกัดทรัมป์โจมตีอิหร่าน ตามรอยวุฒิสภา

ในสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กำลังร้อนระอุ สภาผู้แทนสหรัฐฯ ปัดตกมติสกัดทรัมป์โจมตีอิหร่าน ตามรอยวุฒิสภา อย่างเป็นทางการแล้ว สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของพรรครีพับลิกันที่ครองเสียงข้างมาก ได้ลงมติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม คว่ำญัตติที่มุ่งจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการสั่งปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส
สภาผู้แทนสหรัฐฯ ปัดตกมติสกัดทรัมป์โจมตีอิหร่าน ตามรอยวุฒิสภา
ผลการลงคะแนนในสภาผู้แทนราษฎรน่าติดตามมาก โดยที่ประชุมลงมติด้วยคะแนน 212 ต่อ 219 เสียง ส่งผลให้ญัตติที่เสนอโดยพรรคเดโมแครตถูกปัดตกอย่างเด็ดขาด ญัตตินี้มีเป้าหมายชัดเจนคือห้ามประธานาธิบดีทรัมป์สั่งโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส ซึ่งถือเป็นการท้าทายอำนาจบริหารโดยตรง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันก็ครองเสียงข้างมากเช่นกัน ได้ลงมติขัดขวางญัตติเดียวกันไปแล้ว ด้วยคะแนน 53 ต่อ 47 เสียง ทำให้ทั้งสองสภาแสดงจุดยืนที่สอดคล้องกันในการสนับสนุนนโยบายของทรัมป์ต่ออิหร่าน
ความขัดแย้งระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน
ผลการลงมติครั้งนี้สะท้อนถึงความแตกแยกอย่างสิ้นเชิงระหว่างสองพรรคใหญ่ของสหรัฐฯ สมาชิกพรรคเดโมแครตส่วนใหญ่แสดงท่าทีต่อต้านปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยมองว่าเป็นการเสี่ยงต่อสงครามใหญ่ในตะวันออกกลางที่อาจลุกลาม ขณะที่สมาชิกพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่ปกป้องการตัดสินใจของทรัมป์ โดยเชื่อว่านโยบายแข็งกร้าวนี้จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ
บริบทของเรื่องนี้ย้อนกลับไปยังความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยเฉพาะหลังจากทรัมป์สั่งสังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ของอิหร่านเมื่อต้นปี ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการตอบโต้และการขู่โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค สภาคองเกรสจึงพยายามใช้อำนาจตามกฎหมาย War Powers Resolution เพื่อควบคุมอำนาจประธานาธิบดีในการทำสงคราม
คำวิจารณ์จากผู้นำเดโมแครต
ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดผ่านแพลตฟอร์ม X (อดีต Twitter) โดยระบุว่า “เราไม่สามารถปล่อยให้ผู้ที่อยากเป็นกษัตริย์ลากประเทศเข้าสู่สงครามไม่รู้จบในตะวันออกกลางได้ พรรครีพับลิกันหางบประมาณสำหรับระเบิดได้เป็นพันล้านดอลลาร์ แต่กลับไม่มีงบเพื่อลดค่าครองชีพหรือค่ารักษาพยาบาลของประชาชน” คำพูดนี้กลายเป็นไวรัลและจุดกระแสถกเถียงในโซเชียลมีเดีย
นอกจากนี้ การลงมติครั้งนี้ยังมีนัยสำคัญต่อการเมืองสหรัฐฯ ในอนาคต โดยเฉพาะหากเกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้น ทรัมป์ซึ่งมีฐานเสียงรีพับลิกันที่เหนียวแน่น สามารถใช้จุดยืนนี้เป็นเครื่องมือหาเสียงเลือกตั้ง ขณะที่เดโมแครตอาจนำไปเป็นประเด็นโจมตีเรื่องการขาดสมดุลในการใช้อำนาจ
- คะแนนสภา: 212-219 (ปัดตก)
- คะแนนวุฒิ: 53-47 (ปัดตก)
- ประเด็นหลัก: จำกัดอำนาจทรัมป์ต่ออิหร่าน
- ผลกระทบ: สนับสนุนนโยบายแข็งกร้าว
สถานการณ์นี้ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะอาจนำไปสู่การเจรจาระหว่างพรรคหรือการยื่นญัตติใหม่ หากอิหร่านตอบโต้รุนแรงขึ้น สหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบ
ในมุมมองของผู้เขียน การลงมติ สภาผู้แทนสหรัฐฯ ปัดตกมติสกัดทรัมป์โจมตีอิหร่าน ตามรอยวุฒิสภา แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของทรัมป์ที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญแรงกดดันจากฝ่ายตรงข้าม แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าสภาคองเกรสยังมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบอำนาจบริหาร หากคุณสนใจข่าวการเมืองต่างประเทศ ลองติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดและวิเคราะห์เชิงลึก!
ที่มา – สภาผู้แทนสหรัฐฯ ปัดตกมติสกัดทรัมป์โจมตีอิหร่าน ตามรอยวุฒิสภา