สภาการสื่อฯ จี้สอบ นักข่าวเรียกรับผลประโยชน์
กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการสื่อ เมื่อสภาการสื่อฯ ออกแถลงการณ์จี้ต้นสังกัดสอบนักข่าวเรียกรับผลประโยชน์ สืบเนื่องจากกรณีที่มีการแอบอ้างชื่อองค์กรสื่อมวลชนเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของวงการเป็นอย่างมาก
เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 สภาการสื่อฯ ออกแถลงการณ์จี้ต้นสังกัดสอบนักข่าวเรียกรับผลประโยชน์ โดยระบุว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความในกลุ่มไลน์พรรคการเมือง ซึ่งมีบุคคลแอบอ้างชื่อสื่อหลายสำนัก (รวมถึงสมาชิกของสภาการสื่อฯ) เสนอขายการนำเสนอข่าวในลักษณะเหมาจ่ายรายครั้ง-รายเดือน โดยไม่มีใบเสร็จรับเงิน ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในเรื่องความโปร่งใสและจริยธรรมของสื่อมวลชน
ทางสภาการสื่อฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น และพบว่าผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวเป็นผู้สื่อข่าวในสังกัดองค์กรสมาชิกของสภาฯ จึงได้มีหนังสือแจ้งไปยังองค์กรต้นสังกัดของผู้สื่อข่าว ให้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 30 วัน ตามข้อบังคับว่าด้วยการพิจารณาเรื่องร้องเรียนด้านจริยธรรมแห่งวิชาชีพภายในองค์กรสมาชิก พ.ศ.2564 นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนะให้องค์กรสมาชิกต้นสังกัดดำเนินการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับองค์กรสมาชิกอื่นๆ ที่ถูกแอบอ้างชื่อด้วย
สภาการสื่อฯ จี้สอบ นักข่าวเรียกรับผลประโยชน์
ทั้งนี้ องค์กรสมาชิกของสภาการสื่อฯ บางส่วนได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการนำเสนอข่าวดังกล่าว ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม สภาการสื่อฯ เชื่อมั่นว่าองค์กรสมาชิกอื่นๆ ที่ถูกนำชื่อไปแอบอ้างก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจเช่นกัน
ในฐานะองค์กรที่กำกับดูแลจริยธรรมขององค์กรสมาชิก สภาการสื่อฯ ออกแถลงการณ์จี้ต้นสังกัดสอบนักข่าวเรียกรับผลประโยชน์ และขอให้สมาชิกทุกองค์กรกวดขันให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนในสังกัดยึดมั่นและปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมสื่อมวลชน ตลอดจนแนวปฏิบัติอื่นๆ ของสภาฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสาธารณชนที่มีต่อสถาบันสื่อมวลชน
ความสำคัญของจริยธรรมสื่อ
เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชน การรักษาความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากสาธารณชนเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง สื่อมวลชนต้องตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง เป็นกลาง และปราศจากอคติ การเรียกรับผลประโยชน์หรือการกระทำใดๆ ที่เป็นการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชนโดยรวม
บทบาทขององค์กรสื่อ
องค์กรสื่อมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลและควบคุมจริยธรรมของบุคลากรในสังกัด การมีกลไกการตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิดเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต นอกจากนี้ องค์กรสื่อควรให้ความสำคัญกับการอบรมและพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องจริยธรรมสื่ออย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อสังคม
การที่สื่อมวลชนขาดจริยธรรม ย่อมส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ประชาชนอาจขาดความเชื่อมั่นในข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ และอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความขัดแย้งในสังคม การสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันสื่อมวลชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สื่อสามารถทำหน้าที่ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างแท้จริง
เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับวงการสื่อมวลชนไทยในการหันกลับมาทบทวนและยกระดับมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้ง
ที่มา – สภาการสื่อฯ ออกแถลงการณ์จี้ต้นสังกัดสอบนักข่าวเรียกรับผลประโยชน์