สตง.แจงตรวจสอบไทยพีบีเอสไม่เกี่ยวข่าวตึกถล่ม
สตง.แจงตรวจสอบไทยพีบีเอสไม่เกี่ยวข่าวตึกถล่ม หลังมีคำถามถึงความเชื่อมโยงระหว่างการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสกับการนำเสนอข่าวเหตุอาคารสำนักงาน สตง.ถล่ม โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ยืนยันว่า กระบวนการตรวจสอบเริ่มต้นก่อนที่ไทยพีบีเอสจะเผยแพร่สกู๊ปข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว
สตง.แจงตรวจสอบไทยพีบีเอสไม่เกี่ยวข่าวตึกถล่ม
ประเด็นนี้ได้รับความสนใจจากสังคม เพราะเหตุอาคารสำนักงาน สตง.ถล่ม เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 เป็นเหตุการณ์ที่มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ความปลอดภัย การก่อสร้าง การบริหารงบประมาณ และความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ไทยพีบีเอสก็ได้นำเสนอข้อมูลและตั้งคำถามต่อเหตุการณ์ผ่านรายการข่าว ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการตรวจสอบสถานีโทรทัศน์อาจเป็นการตอบโต้การทำหน้าที่ของสื่อหรือไม่
นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ โฆษก สตง. ชี้แจงว่า การตรวจสอบไทยพีบีเอสเกิดจากเรื่องร้องเรียนภายในองค์กร ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการนำเสนอข่าวอาคารถล่ม โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2569 และเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ก.พ. 2569 ขณะที่ไทยพีบีเอสเผยแพร่สกู๊ปข่าวเกี่ยวกับเหตุอาคารถล่มในวันที่ 24 ก.พ. 2569
ลำดับเวลายืนยันการตรวจสอบเกิดขึ้นก่อนการออกอากาศ
เมื่อพิจารณาจากลำดับเหตุการณ์ สตง. ระบุว่าได้เริ่มกระบวนการตรวจสอบก่อนที่สกู๊ปข่าวจะออกอากาศอย่างชัดเจน ดังนั้น หน่วยงานจึงยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อแก้เกี้ยว เอาคืน หรือกดดันไทยพีบีเอสจากการนำเสนอข่าว การตรวจสอบยังเป็นไปตามขั้นตอนของหน่วยงานและเกิดขึ้นจากข้อร้องเรียนที่ได้รับภายในองค์กร
- วันที่ 26 ม.ค. 2569 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายใน
- วันที่ 5 ก.พ. 2569 เริ่มตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
- วันที่ 24 ก.พ. 2569 ไทยพีบีเอสเผยแพร่สกู๊ปข่าวอาคารถล่ม
- วันที่ 20 มี.ค. 2569 สตง.แถลงชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์
- ประมาณวันที่ 27 มี.ค. 2569 สตง.ทำหนังสือถึงไทยพีบีเอสเพื่อขอทบทวนข้อมูล
- วันที่ 1 เม.ย. 2569 ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินออกชี้แจงผ่านรายการโทรทัศน์
สตง.ติดตามข่าวและขอให้ทบทวนข้อมูลบางส่วน
แม้ สตง.จะยืนยันว่าการตรวจสอบไทยพีบีเอสไม่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว แต่โฆษกยอมรับว่า หน่วยงานมีการติดตามข่าวสารจากสื่อหลายช่องทาง โดยพบว่าข้อมูลบางช่วงเกี่ยวกับเหตุอาคารถล่มอาจมีความคลาดเคลื่อน สตง.จึงออกมาแถลงข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 20 มี.ค. และต่อมาทำหนังสือถึงสถานีเพื่อขอให้พิจารณาทบทวนความถูกต้องของข้อมูลที่นำเสนอ
การทำหนังสือดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า สตง.ต้องการห้ามไทยพีบีเอสรายงานข่าว หรือสั่งให้สถานียุติการนำเสนอประเด็นที่สังคมกำลังสนใจ แต่เป็นการขอให้ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง เพื่อให้ข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายได้รับการนำเสนออย่างรอบด้านและลดความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน
ต่อมาในวันที่ 1 เม.ย. 2569 ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้ออกรายการโทรทัศน์เพื่อชี้แจงข้อสงสัยต่าง ๆ ส่วนไทยพีบีเอสมีหนังสือตอบกลับว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้ว และเห็นว่าการนำเสนอข่าวไม่ได้ขัดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ สตง.เข้ามาชี้แจงเพิ่มเติม หากมีประเด็นที่ต้องการอธิบายต่อสาธารณะ
ยืนยันไม่ได้ใช้คดีเพื่อปิดปากสื่อ
อีกประเด็นสำคัญคือข้อกล่าวหาว่า สตง.อาจใช้การดำเนินคดีเพื่อปิดปากสื่อ นายสุทธิพงษ์ยืนยันว่า สตง.ไม่เคยฟ้องสำนักข่าวเพื่อปิดกั้นการตรวจสอบหรือวิพากษ์วิจารณ์ หากหน่วยงานต้องการตอบโต้สื่อเพียงเพราะไม่พอใจการรายงานข่าว ก็คงต้องดำเนินคดีกับทุกช่องทางที่นำเสนอข่าวอาคารถล่ม แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ทำเช่นนั้น
สตง.ระบุว่า การพิจารณาดำเนินคดีจะมุ่งเฉพาะบุคคลหรือนิติบุคคลที่เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนจนทำให้องค์กรได้รับความเสียหาย และจะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่การตอบโต้ผ่านสื่อหรือสร้างแรงกดดันต่อผู้ทำหน้าที่สื่อสารมวลชน ประเด็นนี้สะท้อนว่า การนำเสนอข่าวกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเป็นเรื่องที่ต้องแยกออกจากกันอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ โฆษก สตง.ยังตั้งข้อสังเกตถึงบุคคลที่อาจเป็นต้นทางของข้อมูลภายในองค์กร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่หน่วยงานต้องตรวจสอบเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง การตรวจสอบจึงไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ไทยพีบีเอสในฐานะสื่อเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับที่มาของข้อมูล กระบวนการส่งต่อเอกสาร และความถูกต้องของรายละเอียดที่ถูกนำไปเผยแพร่
ประเด็นที่ประชาชนควรติดตามต่อ
สำหรับประชาชน สิ่งที่ควรติดตามคือผลการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของไทยพีบีเอส รายละเอียดเกี่ยวกับการจ้างผลิตรายการ การจ่ายค่าตอบแทน และแนวทางแก้ไขหากพบว่ามีขั้นตอนใดไม่เป็นไปตามระเบียบ ขณะเดียวกัน การตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐก็ควรเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อให้สังคมสามารถประเมินได้ว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานเดียวกันหรือไม่
กรณีนี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานรัฐกับสื่อมวลชน หน่วยงานมีสิทธิชี้แจงข้อมูลที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง แต่การชี้แจงควรทำด้วยหลักฐานและเปิดโอกาสให้สื่อได้ตรวจสอบอย่างอิสระ ส่วนสื่อเองก็ควรตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง อ้างอิงเอกสารที่ชัดเจน และเปิดพื้นที่ให้ผู้ถูกกล่าวถึงได้ชี้แจงอย่างเป็นธรรม
สรุปแล้ว สตง.แจงตรวจสอบไทยพีบีเอสไม่เกี่ยวข่าวตึกถล่ม เพราะคณะกรรมการถูกแต่งตั้งและเริ่มทำงานก่อนสกู๊ปข่าวจะออกอากาศ ขณะที่การทำหนังสือถึงสถานีเป็นการขอให้ทบทวนข้อมูลบางส่วน ไม่ใช่คำสั่งให้ยุติการทำข่าว ส่วนการดำเนินคดีจะพิจารณาเฉพาะกรณีที่พบการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนจนสร้างความเสียหาย ประชาชนจึงควรติดตามเอกสารและผลการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏบนพื้นฐานของความโปร่งใส
ท้ายที่สุด การตรวจสอบที่ดีควรเดินหน้าโดยไม่กระทบสิทธิในการทำหน้าที่ของสื่อ และการรายงานข่าวที่รับผิดชอบก็ควรยึดหลักฐาน ความถูกต้อง และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ หากทุกฝ่ายเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ความขัดแย้งก็จะลดลงและช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อทั้งหน่วยงานรัฐและสื่อมวลชนได้มากขึ้น
ที่มา – สตง.ยัน ตรวจสอบไทยพีบีเอส ไม่ใช่เพราะเสนอข่าวตึกถล่ม ชี้ตั้ง กก.สอบก่อนสกรุ๊ปข่าวจะออนแอร์