สกอตแลนด์คว้าตั๋ว ฟุตบอลโลก: สิ้นสุดการรอคอย 26 ปี

สิ้นสุดการรอคอย 26 ปี สกอตแลนด์ยิง 2 ลูกทดเจ็บดับเดนมาร์กคว้าตั๋ว ฟุตบอลโลก

การรอคอยอันยาวนานสิ้นสุดลงแล้ว! สกอตแลนด์ได้ไปลุยศึก ฟุตบอลโลก 2026 หลังโชว์ฟอร์มสุดยอด ยิงสองประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเฉือนชนะเดนมาร์กไปอย่างสุดมันส์ ในขณะที่สเปนก็ไม่น้อยหน้า จบลงด้วยผลเสมอ แต่ก็เพียงพอต่อการคว้าตั๋วไปบอลโลกเช่นกัน

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา การแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่มซี ณ สนามแฮมป์เดน พาร์ก ประเทศสกอตแลนด์ “ทาร์ตัน” สกอตแลนด์ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “โคนม” เดนมาร์ก

เริ่มเกมได้เพียง 3 นาที เบน โดก โชว์ทักษะล็อกบอลหลบผู้เล่นเดนมาร์กทางด้านขวา ก่อนจะเปิดบอลเข้ากลางอย่างแม่นยำให้ สกอตต์ แม็กโทมิเนย์ กระโดดยิงลูกจักรยานอากาศสุดสวย สกอตแลนด์ขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0

เดนมาร์กพยายามที่จะตีเสมอ นาทีที่ 23 ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ก ตักบอลเข้าเขตโทษให้ ราสมุส ฮอยลุนด์ พักอกลงได้อย่างสวยงามก่อนจะยิงเข้าไป แต่ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกฟาวล์ของฮอยลุนด์ที่ไปทำฟาวล์ผู้เล่นสกอตแลนด์ก่อน ทำให้ประตูนี้ถูกริบคืนไป จบครึ่งแรก สกอตแลนด์ยังคงนำอยู่ 1-0

ครึ่งหลังเริ่มขึ้น นาทีที่ 56 ผู้ตัดสินเช็ก VAR จังหวะที่ กุสตาฟ อิซักเซน ปะทะกับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ล้มลงในเขตโทษ และตัดสินใจให้จุดโทษแก่เดนมาร์ก ราสมุส ฮอยลุนด์ สังหารจุดโทษเข้าไปอย่างเฉียบคม เดนมาร์กตีเสมอเป็น 1-1

สถานการณ์ของเดนมาร์กยิ่งแย่ลงไปอีก เมื่อนาทีที่ 61 ราสมุส คริสเตนเซน ไปทำฟาวล์ จอห์น แม็กกินน์ ในจังหวะพลิกบอลหนี ผู้ตัดสินควักใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่คริสเตนเซนออกจากสนาม เดนมาร์กเหลือผู้เล่น 10 คน

สกอตแลนด์อาศัยความได้เปรียบจากจำนวนผู้เล่นที่มากกว่า นาทีที่ 78 สกอตแลนด์ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา ลูอิส เฟอร์กูสัน เปิดบอลโค้งมาหน้าประตู บอลเลยมาถึง ลอว์เรนซ์ แชงก์แลนด์ จิ้มบอลระยะเผาขนเข้าไป สกอตแลนด์ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1

แต่เดนมาร์กก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ นาทีที่ 82 แนวรับสกอตแลนด์สกัดบอลไม่ขาด บอลมาเข้าทาง อันเดรอัส คริสเตนเซน แปะต่อให้ แพทริก ดอร์กู ยิงเข้าไป เดนมาร์กตีเสมอเป็น 2-2

เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+3 แฟนบอลสกอตแลนด์ก็ได้เฮกันลั่นสนาม จากจังหวะที่เกมรับเดนมาร์กเคลียร์บอลไม่เด็ดขาด บอลมาเข้าทาง คีแรน เทียร์นีย์ ซัดจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม สกอตแลนด์ขึ้นนำอีกครั้ง 3-2

และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+8 เคนนี แม็กคลีน ตัดบอลจากจังหวะบุกของเดนมาร์กได้ ก่อนจะเลี้ยงหาจังหวะแล้วตัดสินใจยิงจากครึ่งสนาม บอลลอยข้ามหัวผู้รักษาประตูที่ออกมาจากประตูเยอะ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างเหลือเชื่อ สกอตแลนด์เอาชนะไปอย่างสุดระทึก 4-2

ผลการแข่งขันอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน เบลารุส เสมอ กรีซ 0-0

บทสรุปของกลุ่มนี้หลังจากจบ 6 นัด สกอตแลนด์คว้าแชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบสุดท้าย (13 คะแนน) สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานถึง 26 ปี นับตั้งแต่ ฟุตบอลโลก ครั้งล่าสุดที่พวกเขาได้เข้าร่วมเมื่อปี 1998

ส่วนเดนมาร์กได้รองแชมป์กลุ่ม (11 คะแนน) และต้องไปลุ้นต่อในการแข่งขันรอบเพลย์ออฟ ขณะที่อันดับ 3 กรีซ (7 คะแนน) และอันดับ 4 เบลารุส (2 คะแนน) ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

ในส่วนของกลุ่มบี โคโซโวเปิดบ้านเสมอกับสวิตเซอร์แลนด์ 1-1 ทำให้สวิตเซอร์แลนด์จบรอบคัดเลือกโดยไม่แพ้ใคร

โคโซโวได้ประตูจาก ฟลอเรนต์ มุสลิยา ในนาทีที่ 74 ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ได้จาก รูเบน วาร์กาส ในนาทีที่ 47

อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน สวีเดน เสมอ สโลวีเนีย 1-1

บทสรุปของกลุ่มนี้ สวิตเซอร์แลนด์คว้าแชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบสุดท้าย (14 คะแนน) ส่วนอันดับ 2 โคโซโว (11 คะแนน) ต้องไปเพลย์ออฟต่อ

ด้านอันดับ 3 สโลวีเนีย (4 คะแนน) ตกรอบไป และอันดับ 4 สวีเดน (2 คะแนน) ได้สิทธิ์ไปเพลย์ออฟด้วยโควต้าจากผลงานในยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2024-25

มาที่กลุ่มอี “กระทิงดุ” สเปน เปิดบ้านเสมอกับตุรกี 2-2 สเปนจบรอบคัดเลือกด้วยสถิติไร้พ่าย

สเปนได้ประตูจาก ดานี โอลโม นาทีที่ 4 และ มิเกล โอยาร์ซาบาล นาทีที่ 62 ส่วนตุรกีได้จาก เดนิส กูล นาทีที่ 42 และ ซาลิห์ ออสจาน นาทีที่ 54

อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน บัลแกเรีย ชนะ จอร์เจีย 2-1

บทสรุปของกลุ่มนี้ สเปนคว้าแชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบสุดท้าย (16 คะแนน) ส่วนอันดับ 2 ตุรกี (13 คะแนน) ต้องไปเพลย์ออฟต่อ ขณะที่อันดับ 3 จอร์เจีย (3 คะแนน) และอันดับ 4 บัลแกเรีย (3 คะแนน) ตกรอบ

กลุ่มเอช ออสเตรียได้ไปบอลโลกแบบสุดระทึก หลังเปิดบ้านเสมอกับบอสเนีย 1-1

บอสเนียนำก่อนจาก ฮาริส ทาบาโควิช ในนาทีที่ 12 แต่เจ้าบ้านตีเสมอได้จาก มิชาเอล เกรโกริตช์ นาทีที่ 77

อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน โรมาเนีย ถล่ม ซานมาริโน 7-1

บทสรุปของกลุ่มนี้ ออสเตรียคว้าแชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบสุดท้าย (19 คะแนน) ส่วนอันดับ 2 บอสเนีย (17 คะแนน) ต้องไปเพลย์ออฟต่อ ขณะที่อันดับ 3 โรมาเนีย (13 คะแนน) ได้ไปเพลย์ออฟเช่นกันด้วยโควต้าจากผลงานในยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2024-25

ด้านอันดับ 4 ไซปรัส (8 คะแนน) และอันดับ 5 ซานมาริโน (0 คะแนน) ตกรอบ

กลุ่มเจ “ปีศาจแดง” เบลเยียม เปิดบ้านถล่มลิกเตนสไตน์ 7-0 ทำให้เบลเยียมเข้ารอบสุดท้ายด้วยผลงานไร้พ่าย

เบลเยียมได้ประตูจาก ฮันส์ ฟานาเกน นาทีที่ 3, เฌเรมี โดกู นาทีที่ 34 และ 41, บรานดอน เมเคอเลอ นาทีที่ 52, อเล็กซิส เซเลอเมเกอร์ส นาทีที่ 55, ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ นาทีที่ 57 และ 59

อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน เวลส์ ชนะ นอร์ทมาซิโดเนีย 7-1

บทสรุปของกลุ่มนี้ เบลเยียมคว้าแชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบสุดท้าย (18 คะแนน) ส่วนอันดับ 2 เวลส์ (16 คะแนน) ต้องไปเพลย์ออฟต่อ ขณะที่อันดับ 3 นอร์ทมาซิโดเนีย (13 คะแนน) ได้ไปเพลย์ออฟเช่นกันด้วยโควต้าจากผลงานในยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2024-25

ด้านอันดับ 4 คาซัคสถาน (8 คะแนน) และอันดับ 5 ลิกเตนสไตน์ (0 คะแนน) ตกรอบ

ทีมใดบ้างที่ได้ไป ฟุตบอลโลก?

ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของโซนยุโรป : เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์, สกอตแลนด์, ฝรั่งเศส, สเปน, โปรตุเกส, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรีย, นอร์เวย์, เบลเยียม, อังกฤษ, โครเอเชีย

ทีมที่ไปเพลย์ออฟต่อของโซนยุโรป : สโลวะเกีย, โคโซโว, เดนมาร์ก, ยูเครน, ตุรกี, ไอร์แลนด์, โปแลนด์, บอสเนีย, อิตาลี, เวลส์, แอลเบเนีย, สาธารณรัฐเช็ก, โรมาเนีย, สวีเดน, นอร์ทมาซิโดเนีย, ไอร์แลนด์เหนือ

สำหรับการจับสลากแบ่งสายการแข่งขันในรอบเพลย์ออฟจะมีขึ้นในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ โดยจะมีการจับสลากหาเจ้าภาพของแต่ละสายด้วย จากนั้นจะแข่งขันในรอบรองชนะเลิศวันที่ 26 มีนาคม 2026 และรอบชิงชนะเลิศวันที่ 31 มีนาคม 2026

สกอตแลนด์สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการคว้าตั๋วไปลุยศึก ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ แฟนบอลทั่วโลกต้องจับตาดูว่าพวกเขาจะสร้างผลงานได้ดีแค่ไหนในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกนี้

ที่มา – สิ้นสุดการรอคอย 26 ปี สกอตแลนด์ยิง 2 ลูกทดเจ็บดับเดนมาร์กคว้าตั๋ว ฟุตบอลโลก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *