ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน คุก 1 ปี หงษ์ทองลอตเตอรี่
ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน คุก 1 ปี ปรับ 1 หมื่น หงษ์ทองลอตเตอรี่ ขายหวยเกินราคา สร้างความฮือฮาในวงการหวยออนไลน์ หลังจากศาลเห็นว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นนั้นเหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุผลให้ลดโทษ สะท้อนถึงความเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล
ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน คุก 1 ปี ปรับ 1 หมื่น หงษ์ทองลอตเตอรี่ ขายหวยเกินราคา
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2567 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีหมายเลขดำ อ.191/2566 โดยพนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้องบริษัท หงษ์ทอง ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 และน.ส.กรกนก ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจ ร่วมเป็นจำเลยที่ 2 ในข้อหาหนัก ร่วมกันประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงโดยไม่ได้จดทะเบียน และร่วมกันขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน คุก 1 ปี ปรับ 1 หมื่น หงษ์ทองลอตเตอรี่ ขายหวยเกินราคา: รายละเอียดข้อหา
ความผิดที่ถูกกล่าวหาอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560 รวมถึง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 โดยจำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อหา
- ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงโดยไม่จดทะเบียนกับทางราชการ
- ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกิน 80 บาทต่อฉบับ ซึ่งเป็นราคาที่กำหนดอย่างเป็นทางการ
- การกระทำดังกล่าวทำให้ประชาชนถูกเอาเปรียบ โดยเฉพาะในยุคที่หวยออนไลน์ได้รับความนิยมสูง
ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 โดยสั่งปรับบริษัท หงษ์ทอง ลอตเตอรี่ จำเลยที่ 1 จำนวน 10,000 บาท ส่วนน.ส.กรกนก จำเลยที่ 2 ถูกสั่งจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา และจำเลยได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์
เหตุการณ์หลบหนีและการพิจารณาอุทธรณ์
ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ไม่เดินทางมาศาล ส่งผลให้ศาลเห็นว่ามีพฤติการณ์หลบหนี จึงสั่งออกหมายจับและปรับนายประกันทันที ทนายความของจำเลยที่ 2 เดินทางมาแทน แต่จำเลยที่ 2 ยังคงไม่อยู่ ขณะที่จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจตลาดแบบตรง
ศาลอุทธรณ์ได้ตรวจสอบสำนวนและประชุมปรึกษาหารือกันอย่างละเอียด พบว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเหมาะสมกับพยานหลักฐานทั้งหมด อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืนตามเดิม
ผลกระทบจากการขายหวยเกินราคาและบทเรียนสำหรับผู้ประกอบการ
คดีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในธุรกิจหวยออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลถูกกำหนดไว้ที่ 80 บาทต่อฉบับ หากขายเกินจะถือว่าผิดกฎหมายทันที ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือแผงลอยทั่วไป ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในงวดที่คาดว่าหวยจะออกเลขดัง ทำให้พ่อค้าหวยฉวยโอกาสขึ้นราคา
บริษัท หงษ์ทอง ลอตเตอรี่ออนไลน์ เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการจองซื้อสลากผ่านระบบออนไลน์ แต่ถูกตรวจพบว่ามีการเรียกเก็บเงินเกินราคาที่กำหนด ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค นอกจากนี้ การประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงโดยไม่จดทะเบียนยังเสี่ยงต่อการถูกเพิกถอนใบอนุญาตและโทษทางอาญา
สำหรับประชาชนที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชค แนะนำให้ซื้อสลากจากผู้ค้าที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ เช่น ผ่านแอปพลิเคชันของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือแผงที่จดทะเบียน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ หวยออนไลน์ผิดกฎหมายหากไม่ปฏิบัติตามระเบียบ จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกโกงได้
นอกจากคดีนี้ ยังมีคดีขายหวยเกินราคาอีกหลายรายที่ถูกดำเนินคดี เช่น คดีผู้ค้าหวยรายย่อยที่ขายใบละ 100 บาทขึ้นไป ซึ่งศาลมักสั่งโทษจำคุกและปรับตามสมควร เพื่อรักษาความเป็นธรรมในระบบ
กรณีศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน คุก 1 ปี ปรับ 1 หมื่น หงษ์ทองลอตเตอรี่ ขายหวยเกินราคา นี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ประกอบการทุกคนตรวจสอบกฎหมายให้ดีก่อนดำเนินธุรกิจ เพราะโทษรออยู่หากฝ่าฝืน สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจนี้ช่วยปกป้องสิทธิผู้บริโภคและรักษามาตรฐานการขายสลากให้โปร่งใส
คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? มันจะช่วยลดปัญหาขายหวยเกินราคาได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ นะครับ!
ที่มา – ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน คุก 1 ปี ปรับ 1 หมื่น หงษ์ทองลอตเตอรี่ ขายหวยเกินราคา