ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก อดีตผอ.โรงเรียนดัง 27 ปี

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก อดีตผอ.โรงเรียนดัง 27 ปี

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก อดีตผอ.โรงเรียนดัง 27 ปี ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการรับนักเรียนโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ระหว่างปีการศึกษา 2559-2561 เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการศึกษาไทย ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการรับนักเรียนของโรงเรียนชื่อดัง

จากรายงานของเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วันที่ 27 เมษายน 2569 ได้เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ อท 31/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 179/2568 โดยมีจำเลยหลักคือ นายปรเมษฐ์ (ขอสงวนนามสกุล) อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญาตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2566

รายละเอียดคดีศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก อดีตผอ.โรงเรียนดัง 27 ปี

คดีนี้เกิดจากการที่จำเลยกำหนดหลักเกณฑ์รับนักเรียนในปีการศึกษา 2559-2561 โดยไม่เป็นไปตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 และ สพฐ. กำหนด ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายอาญา มาตรา 147, 149, 157, 162 (4) ประกอบมาตรา 86 และ 91 รวมถึง พรป.ป.ป.ช. มาตรา 103, 122 และ 123/1

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามมาตรา 149 พรป.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พรป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 และมาตรา 172 ประกอบมาตรา 86 การกระทำเป็นความผิดหลายกรรมต่างท่ามกลาง ให้ลงโทษทุกกระทงตามมาตรา 93 โดยเฉพาะกระทรวงที่หนักที่สุดตามมาตรา 90

  • จำเลยที่ 1 (นายปรเมษฐ์): ฐานเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินโดยมิชอบ จำคุกกระทงละ 9 ปี รวม 3 กระทง เป็น 27 ปี
  • จำเลยที่ 2 (นางกรรัตน์) และที่ 3 (นายแพทย์ไพศาล): ฐานสนับสนุน จำคุกกระทงละ 6 ปี รวม 3 กระทง คนละ 18 ปี

นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังมีมติครั้งที่ 22/2569 วันที่ 2 มีนาคม 2569 ให้ขออุทธรณ์คำพิพากษาในส่วนความผิดมาตรา 147 ของอัยการสูงสุด

ผลกระทบจากการตัดสินของศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก อดีตผอ.โรงเรียนดัง 27 ปี

คำพิพากษานี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อตัวจำเลยเท่านั้น แต่ยังสะเทือนถึงระบบการรับนักเรียนของโรงเรียนชั้นนำในไทย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาซึ่งเป็นโรงเรียนดังระดับชาติ มีชื่อเสียงด้านผลการเรียนและการแข่งขันวิชาการ การทุจริตเช่นนี้ทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนสูญเสียความเชื่อมั่น

ในอดีต มีกรณีคล้ายกันเกิดขึ้นในหลายโรงเรียนที่ใช้วิธีรับ ‘เงินกองทุน’ หรือ ‘บริจาค’ เพื่อแลกกับโควต้านักเรียน ซึ่งขัดต่อหลักความเท่าเทียมทางการศึกษา สพฐ. ได้ออกแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อป้องกัน แต่ปัญหายังคงมีอยู่

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการศึกษาเห็นว่าคำพิพากษานี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะในหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานของชาติ การลงโทษหนักเช่นนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้บริหารโรงเรียนยึดมั่นในจรรยาบรรณ

บทเรียนจากคดีนี้

คดีศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก อดีตผอ.โรงเรียนดัง 27 ปี สอนให้เรารู้ว่า ความโปร่งใสคือกุญแจสำคัญในการบริหารงานสาธารณะ ผู้ปกครองควรตรวจสอบหลักเกณฑ์รับนักเรียนอย่างละเอียด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้มงวดมากขึ้น

หากคุณเป็นผู้ปกครองที่กำลังหาโรงเรียนให้บุตรหลาน แนะนำให้ศึกษาข้อมูลจาก สพฐ. และ ป.ป.ช. อย่างใกล้ชิด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต อ่านคำพิพากษาฉบับเต็มได้ที่ ลิงก์นี้

สุดท้าย คดีนี้ย้ำเตือนว่าการทุจริตไม่มีที่สิ้นสุด การปราบปรามต้องเข้มข้นต่อเนื่องเพื่ออนาคตที่สดใสของเยาวชนไทย

ที่มา – ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก อดีตผอ.โรงเรียนดัง 27 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *