ศรัท ระเบิดพลัง ผงาดทองซีเกมส์รอบ 12 ปี
การแข่งขันยกน้ำหนัก ในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รุ่น 94 กิโลกรัม ชาย มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 7 คน ทีมชาติไทยมีความหวังในการคว้าเหรียญรางวัลจาก “บอม“ ศรัท ระเบิดพลัง สุ่มประดิษฐ จอมเก๋าวัย 31 ปี ผู้มีดีกรีเป็นถึง 2 เหรียญทองแดง เอเชี่ยนเกมส์ ในปี 2018 และ 2022 อีกทั้งยังเคยเป็นเจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ ในปี 2013 อีกด้วย
ในการแข่งขันท่าสแนทช์ ศรัท ระเบิดพลัง เรียกน้ำหนักเหล็กมากที่สุด และออกมาทำการยกเป็นคนสุดท้าย โดยในครั้งแรกเขาสามารถยกผ่านที่น้ำหนัก 160 กิโลกรัมได้อย่างง่ายดาย และในครั้งที่สองก็ยังสามารถยกผ่านที่ 165 กิโลกรัมได้อีกด้วย ในครั้งที่สาม เขาเรียกเหล็กที่น้ำหนัก 168 กิโลกรัม แม้ว่าจะไม่สามารถยกผ่านได้ แต่เขาก็ยังมีน้ำหนักนำอันดับที่ 2 อยู่ถึง 12 กิโลกรัม
ในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ศรัท ระเบิดพลัง ยังคงแสดงความแข็งแกร่งออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยเขาสามารถยกผ่านได้ทั้ง 3 ครั้ง ที่น้ำหนัก 191, 196 และ 201 กิโลกรัม ตามลำดับ ทำให้เขามีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 366 กิโลกรัม และสามารถคว้าเหรียญทองที่ 7 ให้กับทัพจอมพลังของไทยได้สำเร็จ
ส่วนเหรียญเงินตกเป็นของ โมฮาหมัด ซยาห์มี นอร์ กาซาลี จากประเทศมาเลเซีย ทำน้ำหนักรวมได้ 353 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 153 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 200 กิโลกรัม) และเหรียญทองแดงเป็นของ ซวน ดุง ตรัน จากประเทศเวียดนาม ทำน้ำหนักรวมได้ 337 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 150 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 187 กิโลกรัม)
ภายหลังจบการแข่งขัน ศรัท ระเบิดพลัง ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกว่า ก่อนที่จะลงทำการแข่งขัน เขามีความมั่นใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสถิติที่เขาทำได้นั้นเป็นมาตรฐานที่เขาสามารถทำได้อยู่แล้ว เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถกลับมาคว้าเหรียญทองซีเกมส์ได้อีกครั้งในรอบ 12 ปี และขอขอบคุณสมาคมกีฬายกน้ำหนักแห่งประเทศไทยที่ให้การสนับสนุนเขามาโดยตลอด แม้ว่าเขาจะมีอายุ 31 ปีแล้วก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และ “มาดามบุษ” บุษบา ยอดบางเตย ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ที่มอบโอกาสให้เขามาโดยตลอด โดยเป้าหมายต่อไปของเขาคือการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นในปีหน้า ซึ่งเขาต้องการที่จะทำผลงานให้ดีที่สุด โดยคู่แข่งที่สำคัญในการแข่งขันครั้งนี้ก็คือ จีน, เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้
สรุปผลงานล่าสุดของทีมจอมพลังไทย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลไปแล้วทั้งหมด 7 เหรียญทอง, 1 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง
สำหรับโปรแกรมการแข่งขันของจอมพลังทีมชาติไทยในวันสุดท้ายของการแข่งขัน จะมีการชิงชัยทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. รุ่น 77 กิโลกรัม หญิง ซึ่งมี นางสาวชลิดา เที่ยงดี ลงทำการแข่งขัน และรุ่นมากกว่า 77 กิโลกรัม หญิง ซึ่งมี นางสาวดวงอักษร ใจดี ลงทำการแข่งขัน และเวลา 15.00 น. รุ่นมากกว่า 94 กิโลกรัมชาย ซึ่งมี นายรุ่งสุริยา โยธะพล ลงทำการแข่งขัน
ศรัท ระเบิดพลัง ผงาดเหรียญทองซีเกมส์รอบ 12 ปี
ศรัท ระเบิดพลัง คว้าทองสร้างชื่อ
การกลับมาของ ศรัท ระเบิดพลัง ในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า ประสบการณ์และความมุ่งมั่นนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการแข่งขันกีฬา แม้ว่าเขาจะมีอายุมากขึ้น แต่เขาก็ยังสามารถเอาชนะคู่แข่งที่อายุน้อยกว่าได้ด้วยความแข็งแกร่งและจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ นี่คือแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ให้มุ่งมั่นฝึกฝนและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง