วิกฤตตะวันออกกลางดันน้ำมันเครื่องบินพุ่ง บีบสายการบินขึ้นตั๋ว

วิกฤตตะวันออกกลางดันน้ำมันเครื่องบินพุ่ง

วิกฤตตะวันออกกลางดันน้ำมันเครื่องบินพุ่ง สร้างความปั่นป่วนให้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก สายการบินหลายแห่งต้องปรับขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินและลดจำนวนเส้นทางบิน เพื่อรับมือกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอลกับอิหร่าน

สถานการณ์นี้เริ่มรุนแรงตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อปฏิบัติการทางทหารเริ่มต้น ทำให้ราคาน้ำมันเครื่องบินทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ในยุโรปราคาเพิ่มเป็นสองเท่า ขณะที่เอเชียพุ่งขึ้นเกือบ 80% น้ำมันเชื้อเพลิงถือเป็นต้นทุนหลักอันดับสองของสายการบิน รองจากค่าแรงพนักงานเท่านั้น ทำให้ทุกคนในอุตสาหกรรมต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน

วิกฤตตะวันออกกลางดันน้ำมันเครื่องบินพุ่ง

เอ็ด บาสเตียน CEO ของเดลต้า แอร์ไลน์ส เผยว่าต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงในเดือนมีนาคม 2569 เพียงเดือนเดียว สร้างภาระเพิ่มถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สายการบินจึงเร่งผลักต้นทุนไปยังผู้โดยสารผ่านการขึ้นราคาตั๋วและค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) เช่นกัน สายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส ก็คาดการณ์ไตรมาสแรกว่าจะเสียหาย 400 ล้านดอลลาร์จากสาเหตุเดียวกัน

ไม่ใช่แค่ขึ้นราคาเท่านั้น แต่หลายสายการบินยังต้องลดเที่ยวบิน SAS AB จากสแกนดิเนเวีย เป็นรายแรกที่ประกาศตัดเส้นทางบางส่วน เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งไม่หยุด แอร์ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม ก็ปรับขึ้นตั๋วเส้นทางไกลทันที เพื่อชดเชยความเสียหาย

วิกฤตตะวันออกกลางดันน้ำมันเครื่องบินพุ่ง กระทบเอเชียอย่างไร

ในภูมิภาคเอเชีย ผลกระทบหนักหน่วงเช่นกัน รัฐบาลเวียดนามเตือนสายการบินให้เตรียมลดเที่ยวบินตั้งแต่เมษายน 2569 หลังจีนและไทยระงับส่งออกน้ำมันเครื่องบินชั่วคราวจากปัญหาสงคราม สร้างความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน ผู้โดยสารอาจต้องเผชิญค่าตั๋วแพงขึ้นและเที่ยวบินน้อยลง

  • เดลต้า แอร์ไลน์ส: ค่าใช้จ่ายพุ่ง 400 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน
  • อเมริกัน แอร์ไลน์ส: ไตรมาส 1/2569 เสียหายหนัก
  • SAS AB: ลดเที่ยวบินยุโรปบางเส้นทาง
  • แอร์ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม: ขึ้นราคาตั๋วระยะไกลและเก็บ fuel surcharge
  • เวียดนาม: เตรียมลดเที่ยวบินจากปัญหาน้ำมันขาดแคลน

นอกจากนี้ สงครามที่ยืดเยื้อเข้าสัปดาห์ที่ 3 ทำให้เกิดความปั่นป่วนในน่านฟ้าตะวันออกกลาง เที่ยวบินต้องเลี่ยงเส้นทาง ยกเลิก หรือเลื่อนจำนวนมาก สนามบินแฟรงก์เฟิร์ตมีผู้โดยสาร 86,000 คนได้รับผลกระทบใน 2 สัปดาห์แรก ปัจจุบันเหลือเพียง 1 ใน 3 ของเที่ยวบินเชื่อมตะวันออกกลางที่ยังบินได้

วิกฤตตะวันออกกลางดันน้ำมันเครื่องบินพุ่งครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของอุตสาหกรรมการบินต่อความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ผู้โดยสารทั่วโลกควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบแผนการเดินทางในอนาคต หากสงครามยืดเยื้อ ค่าตั๋วอาจแพงขึ้นอีกหลายเท่า สายการบินบางแห่งอาจต้องปรับกลยุทธ์ใหญ่ เช่น ใช้เครื่องบินประหยัดน้ำมันมากขึ้น หรือหันไปพึ่งพาเชื้อเพลิงทางเลือก

ในมุมมองของเรา สถานการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางสามารถสั่นคลอนเศรษฐกิจโลกได้อย่างไร โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและการขนส่ง หากคุณกำลังวางแผนซื้อตั๋วเครื่องบิน แนะนำให้จองล่วงหน้าและเลือกเส้นทางที่มั่นคง หรือไม่ก็รอให้สถานการณ์คลี่คลายก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจำเป็น ติดตามอัปเดตข่าวสารจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – วิกฤตตะวันออกกลางดันน้ำมันเครื่องบินพุ่ง บีบสายการบินทั่วโลกขึ้นค่าตั๋ว-ลดเส้นทางบิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *