ลูกสะใภ้เผย แม่สามีสูญหายเหตุเครนทับรถไฟ

จากเหตุการณ์สุดสลด เครนถล่มทับรถไฟที่สี่คิ้ว สร้างความสูญเสียและสะเทือนใจให้กับหลายครอบครัว หนึ่งในนั้นคือครอบครัวของนางบุญช่วย อายุ 65 ปี ที่ยังคงลูกสะใภ้ เผยแม่สามีสูญหาย เหตุเครนทับรถไฟ ยืนยันครอบครัวยังมีความหวังอย่างมีความหวัง แม้ว่าจนถึงขณะนี้จะยังไม่พบข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับนาง

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่นิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา นางสาวลักขณา อุปภูติ อายุ 36 ปี ในฐานะลูกสะใภ้ เผยแม่สามีสูญหาย เหตุเครนทับรถไฟ ยืนยันครอบครัวยังมีความหวัง กล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัว โดยนางบุญช่วย ซึ่งเป็นแม่สามีของเธอ เป็นหนึ่งในผู้โดยสารที่เดินทางมากับขบวนรถไฟที่ประสบอุบัติเหตุครั้งนี้ แต่กลับไม่มีรายชื่อในกลุ่มผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ

นางสาวลักขณาเล่าว่า ปกตินางบุญช่วยเป็นคนติดบ้าน ไม่ค่อยเดินทางไปไหนมาไหน แต่ในครั้งนี้มีความตั้งใจที่จะเดินทางโดยรถไฟไปยังจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อไปเยี่ยมญาติ โดยเดิมทีวางแผนจะเดินทางในวันที่ 16 มกราคม แต่เนื่องจากตั๋วเต็ม จึงต้องเปลี่ยนมาเดินทางในวันที่ 14 มกราคม ซึ่งก็คือวันเกิดเหตุที่น่าเศร้านี้เอง

ความตั้งใจที่จะเดินทางคนเดียวในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องแปลกสำหรับนางบุญช่วย เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบออกจากบ้าน ทำให้คนในครอบครัวรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปี 2568 นางบุญช่วยเคยมีความคิดที่จะออกไปเที่ยว และต้องการไปดูแลธุรกิจปล่อยเช่าของตนเอง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เดินทางไปไหน

“สามียังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” นางสาวลักขณากล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

เมื่อทราบข่าวเหตุเครนถล่มทับรถไฟในช่วงเวลาประมาณ 12:00 น. ของวันเกิดเหตุ และมั่นใจว่าเป็นขบวนรถไฟที่แม่สามีนั่งมา นางสาวลักขณารีบเดินทางจากจังหวัดฉะเชิงเทราไปยังที่เกิดเหตุ และติดตามหาข่าวตามโรงพยาบาลต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงโรงพยาบาลสีคิ้ว แต่ก็ยังไม่พบรายชื่อของนางบุญช่วย ทำให้ครอบครัวยังคงลูกสะใภ้ เผยแม่สามีสูญหาย เหตุเครนทับรถไฟ ยืนยันครอบครัวยังมีความหวังและพยายามตามหาอย่างต่อเนื่อง

“จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลว่าแม่อยู่ในรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่” นางสาวลักขณากล่าว

ลูกสะใภ้ เผยแม่สามีสูญหาย เหตุเครนทับรถไฟ ยืนยันครอบครัวยังมีความหวัง

นอกจากการติดตามหาแม่สามีแล้ว นางสาวลักขณายังต้องการสะท้อนถึงปัญหาและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยเฉพาะใน 2 ประเด็นหลักๆ คือ

  1. การจัดการข้อมูลผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตที่ยังไม่มีหน่วยงานกลางที่ชัดเจน ทำให้ครอบครัวผู้สูญเสียต้องดำเนินการติดตามหาข้อมูลด้วยตนเอง แม้ว่าจะเข้าใจถึงความยากลำบากในการจัดการข้อมูลในช่วงเวลาฉุกเฉินเช่นนี้
  2. ความรับผิดชอบของผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจากการติดตามข่าวพบว่าเป็นรายเดียวกับที่เคยมีปัญหาในโครงการก่อสร้างพื้นที่พระราม 2 และอาคารสำนักงาน สตง. ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เหตุใดผู้รับเหมาที่มีประวัติความผิดพลาดหลายครั้ง จึงยังสามารถรับงานโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลได้ เพราะสุดท้ายแล้วผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คือประชาชน

ร่างของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว จำนวน 32 ร่าง ได้ถูกส่งไปยังนิติเวชโรงพยาบาลมหาราช เพื่อทำการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เวลา 09:00 น. ของวันที่ 15 มกราคม และอนุญาตให้ญาติสามารถรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ตั้งแต่เวลา 12:00 น. เป็นต้นไป

ความหวังที่ยังไม่สิ้นสุด

แม้ว่าเวลาจะผ่านไป และยังไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับนางบุญช่วย แต่ลูกสะใภ้ เผยแม่สามีสูญหาย เหตุเครนทับรถไฟ ยืนยันครอบครัวยังมีความหวังที่จะได้พบกับนางอีกครั้ง พวกเขายังคงเดินหน้าติดตามข่าวสารและประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชื่อมั่นว่าปาฏิหาริย์อาจเกิดขึ้นได้เสมอ

เรื่องราวของนางบุญช่วยและครอบครัวของเธอ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของการใส่ใจในความปลอดภัย และความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการก่อสร้างต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และร่วมกันก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

ที่มา – ลูกสะใภ้ เผยแม่สามีสูญหาย เหตุเครนทับรถไฟ ยืนยันครอบครัวยังมีความหวัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *