ฤดูหนาว 2569 มาช้า 1 สัปดาห์ ภาคใต้ฝนหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ฤดูหนาว 2569 มาช้า 1 สัปดาห์ โดยประเทศไทยตอนบนจะเริ่มสัมผัสอากาศเย็นชัดเจนประมาณสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคม 2569 และฤดูหนาวจะสิ้นสุดราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ขณะที่ภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกชุกหนาแน่น ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรงในหลายช่วง
ภาพรวมปีนี้อากาศหนาวอาจไม่รุนแรงเท่าปีก่อน เนื่องจากอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยของประเทศไทยตอนบนคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 22-23 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติราว 2 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม บริเวณยอดดอย ยอดภู และเทือกเขายังมีโอกาสหนาวถึงหนาวจัด โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนธันวาคม 2569 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570
ฤดูหนาว 2569 มาช้า 1 สัปดาห์ อากาศหนาวน้อยลง
สำหรับพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิต่ำสุดบางพื้นที่อาจลดลงเหลือประมาณ 10-12 องศาเซลเซียส ส่วนกรุงเทพมหานครคาดว่าจะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 19-21 องศาเซลเซียส และปริมณฑลประมาณ 18-20 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงยังควรเตรียมเสื้อกันหนาวไว้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว
ช่วงอากาศหนาวที่สุดน่าจะอยู่ระหว่างปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางขึ้นดอยหรือภูเขาควรติดตามประกาศสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เพราะอาจพบหมอกหนา ถนนลื่น และน้ำค้างแข็งในพื้นที่สูงบางแห่ง ขณะเดียวกันช่วงกลางวันอาจมีอากาศอุ่นหรือร้อน ทำให้สภาพอากาศแตกต่างกันมากระหว่างเช้ากับบ่าย
ฤดูหนาว 2569 มาช้า 1 สัปดาห์ ต้องเตรียมตัวอย่างไร
- ตรวจสอบสภาพอากาศ: ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนเดินทางและก่อนทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสม: พกเสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน และอุปกรณ์ป้องกันหมอกหรือความชื้นเมื่อเดินทางขึ้นพื้นที่สูง
- ระวังหมอกในตอนเช้า: ผู้ขับขี่ควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้า และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า
- ดูแลสุขภาพ: ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนอย่างเหมาะสม และป้องกันตนเองจากอากาศเปลี่ยนแปลง
ภาคใต้ฝนตกชุกหนาแน่น เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
แม้ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว แต่ภาคใต้ยังมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณฝั่งตะวันออกตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม หลายพื้นที่อาจมีฝนตกหนักถึงหนักมาก จึงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง
ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณ 60-80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ในบางช่วง ขณะที่คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยอาจมีกำลังแรงและมีคลื่นสูงประมาณ 2-4 เมตร ชาวเรือและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลควรตรวจสอบประกาศเตือนภัยก่อนนำเรือออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งควรติดตามสถานการณ์คลื่นและน้ำทะเลหนุนอย่างใกล้ชิด
สำหรับฝั่งทะเลอันดามัน คาดว่าจะมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร และมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน แม้คลื่นจะไม่สูงเท่าฝั่งอ่าวไทยในบางช่วง แต่สภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว จึงไม่ควรประมาท โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไปเกาะหรือทำกิจกรรมดำน้ำ
หย่อมความกดอากาศต่ำอาจพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อน
ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม อาจมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้หรือผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ ระบบดังกล่าวมีโอกาสพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้าง ลมกระโชกแรง และคลื่นพายุซัดฝั่งที่อาจสูงประมาณ 3-4 เมตร
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาประจำตัว ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง และเอกสารสำคัญไว้ในจุดที่ปลอดภัย หากมีประกาศให้อพยพควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทันที ไม่ควรเดินทางผ่านพื้นที่น้ำไหลเชี่ยวหรือเข้าใกล้ลำน้ำในช่วงฝนตกหนัก
สภาพอากาศรายภาคช่วงฤดูหนาว
ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน จะมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป มีฝนฟ้าคะนองราว 10-20 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่ง จากนั้นอุณหภูมิจะลดลงมากขึ้นตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยยอดดอยและยอดภูอาจมีอากาศหนาวจัดและเกิดน้ำค้างแข็ง
ภาคกลางและภาคตะวันออก: ช่วงแรกจะมีอากาศเย็นบางพื้นที่ โดยเฉพาะทางตอนบน พร้อมหมอกในตอนเช้าและฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ต่อมาอากาศจะเย็นเกือบทั่วไป ก่อนแปรปรวนและเริ่มอุ่นขึ้นในช่วงปลายฤดู อาจมีหมอกหนาในหลายพื้นที่และอากาศร้อนในตอนกลางวัน
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองบางส่วนในช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน จากนั้นจะมีอากาศเย็นและหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุดอาจอยู่ที่ 19 องศาเซลเซียสในบางช่วง ก่อนที่อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นและมีฝนบางแห่ง
ภาคใต้: ฝั่งตะวันออกมีฝนตกชุกหนาแน่นมากกว่าฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ส่วนฝนจะค่อย ๆ ลดลงตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่พื้นที่ตอนล่างของภาคยังอาจมีฝนตกหนักบางแห่ง
เอลนีโญอาจทำให้อากาศหนาวน้อยลง
กรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มมีกำลังแรงขึ้นในช่วงปลายปี 2569 และอาจต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 ปัจจัยนี้อาจส่งผลให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติ และมีอากาศหนาวเย็นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฤดูหนาวปีนี้มีลักษณะไม่หนาวจัดในหลายพื้นที่
อย่างไรก็ตาม การพยากรณ์อากาศรายฤดูเป็นภาพรวมในระยะยาว สภาพอากาศจริงในแต่ละวันอาจแตกต่างกันได้ ประชาชนควรติดตามประกาศเตือนภัยและพยากรณ์อากาศระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่มีมรสุม หย่อมความกดอากาศต่ำ หรือพายุหมุนเขตร้อน
สรุปแล้ว ฤดูหนาว 2569 มาช้า 1 สัปดาห์ และมีแนวโน้มหนาวน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่ภาคใต้ยังต้องรับมือฝนตกชุก น้ำท่วม และคลื่นลมแรง ใครมีแผนเดินทางหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ และเช็กข้อมูลจากหน่วยงานทางการก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ติดตามข่าวสารสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เตรียมอุปกรณ์จำเป็น และวางแผนเดินทางด้วยความระมัดระวัง เพื่อรับมือกับฤดูหนาวและฝนหนักได้อย่างปลอดภัย
ที่มา – กรมอุตุฯ คาด ฤดูหนาว 2569 มาช้า 1 สัปดาห์ ภาคใต้ ฝนตกชุกหนาแน่น