ร้องเรียน! **ร่างทรงพญานาค หลอกขายของขลัง**

ร้องกองปราบ เอาผิด ร่างทรงพญานาค หลอกขายของขลัง อ้างเสริมดวง ชวนดาราดังโปรโมตสินค้า สูญเงินกว่า 20 ล้านบาท ช็อกซ้ำ ต้นทุนไม่ถึง500 ขายหลักหมื่นถึงแสน

ทนายรณณรงค์ นำผู้เสียหายร้องกองปราบ เอาผิด **ร่างทรงพญานาค หลอกขายของขลัง**อ้างเสริมดวง สูญเงินกว่า 20 ล้าน บางรายถึงขั้นผ่อนของขลัง เรียกร้องตรวจสอบ 18 บัญชีต้องสงสัยเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน

วันที่ 7 ต.ค.2568 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วย นางชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง หรือ ปุ๊กกี้ ที่ปรึกษามูลนิธิฯ และกลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 คน เดินทางเข้ายื่นร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดีกับ **ร่างทรงพญานาค** รายหนึ่ง

หลังพบพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อในพิธีกรรมและวัตถุมงคล โดยอ้างว่าสามารถเสริมดวง เสริมบารมี เรียกโชคลาภ หรือช่วยให้ชีวิตดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าผู้เสียหายจำนวนมากต้องสูญเสียเงินทองรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

ร้องกองปราบ เอาผิด ร่างทรงพญานาค หลอกขายของขลัง อ้างเสริมดวง ชวนดาราดังโปรโมตสินค้า สูญเงินกว่า 20 ล้านบาท ช็อกซ้ำ ต้นทุนไม่ถึง500 ขายหลักหมื่นถึงแสน

ร้องกองปราบ เอาผิด ร่างทรงพญานาค หลอกขายของขลัง อ้างเสริมดวง ชวนดาราดังโปรโมตสินค้า สูญเงินกว่า 20 ล้านบาท ช็อกซ้ำ ต้นทุนไม่ถึง500 ขายหลักหมื่นถึงแสน

นางชฎาภรณ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการแถลงข่าวที่มูลนิธิฯ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งวันนี้ได้พาผู้เสียหายที่รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมมามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อเอาผิดกับ **ร่างทรงพญานาค** รายหนึ่ง

หลังพบว่า มีการใช้สื่อออนไลน์ในการสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งการไลฟ์สด ขายวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลัง อ้างสรรพคุณเกินจริง รวมถึงมีการว่าจ้างดาราหรือศิลปินบางรายมาร่วมโปรโมตสินค้า เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับประชาชน

ที่ผ่านมา ผู้เสียหายหลายคนไม่ได้หลงเชื่อเพราะงมงาย แต่เพราะเห็นว่ามีบุคคลมีชื่อเสียงมาร่วมโฆษณา จึงมั่นใจว่าเป็นของแท้และสามารถช่วยเสริมดวงได้จริง แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับของ หรือได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่โฆษณา บางคนถึงขั้นต้องผ่อนวัตถุมงคล ทั้งที่ฐานะทางการเงินก็ลำบากอยู่แล้ว

ผู้เสียหายรายหนึ่ง กล่าวว่า ตนถูกชักชวนให้บูชาวัตถุมงคลจากร่างทรงรายนี้ในราคาหลักหมื่นบาท โดยอ้างว่าของขลังดังกล่าวจะช่วยเปิดดวงชะตา เสริมบารมีให้ชีวิตรุ่งเรืองขึ้น แต่เมื่อได้รับของกลับเป็นเพียงวัตถุทำขึ้นทั่วไป ซึ่งมีต้นทุนไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น จากนั้นเมื่อพยายามติดต่อเพื่อขอเงินคืน ก็ถูกบ่ายเบี่ยงและไม่มีการตอบกลับ

อีกทั้งยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน บางคนบูชาของราคา 40,000 บาท ทั้งที่ต้นทุนไม่ถึง 500 บาท บางคนบูชาไปแล้วกลับต้องใช้ชีวิตเดือดร้อนหนักกว่าเดิม พอรู้ตัวก็สายไปแล้ว เพราะถูกหลอกให้โอนเงินไปหลายครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีบางกรณีที่มีการอ้างระดมทุนเพื่อสร้างเทวสถาน โดยใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินบริจาค ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการนำเงินไปใช้จริงหรือไม่

ด้าน นายรณณรงค์ กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นกรณีใหญ่ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก และมีพฤติการณ์ที่เข้าข่าย ฉ้อโกงประชาชน ชัดเจน โดยวันนี้ผู้เสียหายนำเอกสารหลักฐานจำนวนมากมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งสลิปการโอนเงิน รายชื่อบัญชีผู้รับโอน และบทสนทนาในการซื้อขายผ่านแชต รวมถึงข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการรับเงินไม่ต่ำกว่า 18 บัญชี

เราได้ร้องให้กองปราบตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดว่ามีการโยกย้ายหรือฟอกเงินหรือไม่ และขอให้กรมสรรพากรเข้ามาตรวจสอบในส่วนของรายได้จากการขายวัตถุมงคล ซึ่งเชื่อว่ามีมูลค่ามหาศาล เพราะจากข้อมูลบางส่วนพบว่า มีการบูชาวัตถุมงคลในราคาหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ทั้งที่ต้นทุนต่ำมาก

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงศิลปินหรือดาราที่ปรากฏตัวในสื่อโปรโมตว่า มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกระทำความผิดหรือไม่ เพราะการนำบุคคลมีชื่อเสียงมาสร้างภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ เป็นกลยุทธ์ที่หลอกลวงผู้บริโภคได้ง่าย พร้อมเตือนประชาชนให้ใช้วิจารณญาณ ไม่หลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับความเชื่อหรือของขลังเกินจริง

“เราไม่ได้บอกว่าร่างทรงหรือผู้เกี่ยวข้องเป็นคนผิดทันที แต่ขอให้กระบวนการทางกฎหมายเป็นผู้ชี้ชัด ว่าการกระทำที่เกิดขึ้นเข้าข่ายความผิดในข้อหาใดบ้าง ทั้งฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือการใช้บัญชีม้า ซึ่งจะต้องตรวจสอบให้ครบถ้วน” นายรณณรงค์ กล่าว

นายรณณรงค์ กล่าวอีกว่า จะรวบรวมข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติมจากผู้เสียหายกลุ่มอื่น ๆ เพื่อนำเสนอเข้าสู่รัฐสภา เพื่อผลักดันให้เกิดมาตรการป้องกันและจัดการกับกลุ่มที่อ้างตนเป็นร่างทรงหรือใช้ความเชื่อทางศาสนาแสวงหาผลประโยชน์จากประชาชน ซึ่งนับวันจะมีมากขึ้นในสังคม

ผู้เสียหายทั้งหมดต่างยืนยันว่า เหตุผลที่ออกมาในวันนี้ไม่ใช่เพราะหมดศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เพราะรู้สึกว่าความเชื่อถูกนำไปหาประโยชน์โดยมิชอบ และอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์แก่สังคม เพื่อไม่ให้มีใครต้องสูญเสียทรัพย์สินหรือถูกหลอกในลักษณะนี้อีก

**ร่างทรงพญานาค หลอกขายของขลัง**: กลลวงที่ต้องระวัง

การหลอกลวงโดยใช้ความเชื่อเป็นเครื่องมือหากินยังคงมีให้เห็นอยู่เสมอ กรณีของ**ร่างทรงพญานาค หลอกขายของขลัง**นี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราต้องใช้วิจารณญาณอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อหรือลงทุนอะไรก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะนั่นอาจเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาดที่แยบยลเท่านั้นเอง

จะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังถูกหลอก? สังเกตพฤติกรรม **ร่างทรงพญานาค หลอกขายของขลัง**

  • อ้างอวดสรรพคุณเกินจริง: วัตถุมงคลที่อ้างว่าสามารถเปลี่ยนชีวิตได้ในพริบตา มักเป็นสัญญาณอันตราย
  • เร่งรัดให้ตัดสินใจ: หากถูกกดดันให้ซื้อของขลังอย่างรวดเร็ว ควรตั้งคำถามถึงความโปร่งใส
  • ราคาไม่สมเหตุสมผล: เปรียบเทียบราคากับแหล่งอื่น ๆ และพิจารณาถึงต้นทุนที่แท้จริง

อย่าปล่อยให้ความศรัทธา กลายเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ เราต้องตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน และปรึกษาผู้ที่มีความรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของ **ร่างทรงพญานาค หลอกขายของขลัง**

ที่มา – ร่างทรงพญานาค หลอกขายของขลัง ชวนดาราดังโปรโมต สูญกว่า20ล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *