ร่างแรงงานไทย ถูกฮามาสจับ ถึงไทยแล้ว

วันที่ 23 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างของนายสนธยา อัครศรี แรงงานไทยวัย 30 ปี ที่เสียชีวิตในอิสราเอล หลังถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกัน เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิแล้ว ด้วยสายการบินแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ LY083

โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศ และ Doctor อโลนา ฟิชเชอร์ – คัมค์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยมารอรับ ก่อนวางพวงหรีด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายไปยังภูมิลำเนาจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อกลับไปทำพิธีทางศาสนา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า สำหรับร่างของนายสนธยา ญาติมีความประสงค์จะนำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่บ้านเกิดหนองบัวลำภู โดยตนและตัวแทนกระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงตัวแทนจากสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย จะเดินทางไปร่วมไว้อาลัย และพบกับญาติของผู้เสียชีวิต

สำหรับทายาทของผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยาและสิทธิประโยชน์เงินชดเชยประมาณ 70,000-72,000 บาท/เดือน ส่วนบิดา, มารดา ของผู้เสียชีวิต ได้รับเงินสิทธิประโยชน์จำนวน 1.8 ล้านบาท

ร่างของนายสนธิยาศพสุดท้ายเดินทางมาถึงในวันนี้ถือเป็นวันสิ้นสุดการรอคอยของญาติที่ใช้เวลานานถึง 2 ปี กว่าจะได้ร่างกลับมา อย่างไรก็ตาม ร่างของแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากกรณีกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกัน และยังไม่สามารถนำกลับมาได้อีก 1 ราย คือนาย สุทธิศักดิ์ ชาวจังหวัดหนองคาย อายุ 43 ปี ซึ่งทางการอิสราเอล ยืนยันการเสียชีวิต แต่ยังไม่พบร่าง

จากนั้น รมว.แรงงาน พร้อมคณะ ได้วางพวงหรีดไว้อาลัยแด่ผู้วายชนม์ และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที ซึ่งบรรยากาศการรับร่างแรงงานไทยในวันนี้เป็นไปด้วยความเศร้าโศก ก่อนที่จะมีการนำร่างของนายสนธยา ขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับสู่อ้อมอกของครอบครัวในจังหวัดหนองบัวลำภู ต่อไป

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ตนรู้สึกเศร้ากับการสูญเสียพี่น้องแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศแต่ไม่สามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยในขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่ ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว “อัครศรี” ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป ขอให้กำลังใจกับทั้งคุณพ่อ และ คุณแม่ และ ลูกสาวของคุณสนธยา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขอเป็นตัวแทนรัฐบาลไทย พาคุณสนธยากลับบ้าน หลังจากที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัวนานถึง 7 ปี

รมว.แรงงาน กล่าวว่า จะดูแลเรื่องการเยียวยาและสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ครอบครัวของคุณสนธยาพึงได้รับอย่างเต็มที่ โดยขณะนี้ได้มีการดำเนินการไปแล้วในหลายๆส่วน เช่น เงินชดเชยจากสถาบันประกันภัยอิสราเอล หลังจากที่ได้รับร่างของคุณสนธยากลับคืนมายังประเทศไทยแล้ว จำนวน 5 ส่วนดังต่อไปนี้

1.เงินช่วยเหลือค่าชดเชยการไว้ทุกข์ประมาณ 80,000 บาท
2.ค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ จ่ายตามจริงไม่เกิน 40,000 บาท
3.เงินชดเชยรายเดือน ประมาณ 80,000 – 120,000 บาท
4.เงินช่วยเหลือประจำปี 40,000 บาท
5. เงินช่วยเหลืออื่นๆ เช่น ค่าเล่าเรียนบุตร เงินช่วยเหลือทางจิตวิทยา อีกจำนวนหนึ่ง

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีเงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้าง ที่เรียกว่า ปิซูอิม ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามขอรับเอกสารที่เกี่ยวข้องจากทายาท ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ได้มีการจ่ายเงินสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของกรมการจัดหางาน กรณีเสียชีวิตในต่างประเทศให้กับครอบครัวไปเรียบร้อยแล้ว จำนวน 40,000 บาท และในส่วนของสำนักงานประกันสังคม ที่เป็นเงินสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพให้กับทายาท อีกจำนวน 10,042 บาท รวมถึงเงินช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินสำหรับครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในอิสราเอลในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ อีกจำนวน 3,000 บาท

ร่างแรงงานไทย ถูกฮามาสจับเป็นตัวประกัน ถึงไทยหลังรอคอยนาน 2 ปี

การเดินทางกลับมาของ ร่างแรงงานไทย ถูกฮามาสจับเป็นตัวประกัน ถึงไทยหลังรอคอยนาน 2 ปี เป็นการสิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานของครอบครัว แม้จะเป็นการกลับมาที่แสนเศร้า แต่ก็เป็นการได้กลับมาทำพิธีทางศาสนาตามความเชื่อและความปรารถนาของญาติ

ทางรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้กำลังใจในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

ความช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ที่ครอบครัวของร่างแรงงานไทย ถูกฮามาสจับเป็นตัวประกัน จะได้รับ

  • เงินช่วยเหลือค่าชดเชยการไว้ทุกข์
  • ค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ
  • เงินชดเชยรายเดือน
  • เงินช่วยเหลือประจำปี
  • เงินช่วยเหลืออื่นๆ เช่น ค่าเล่าเรียนบุตร เงินช่วยเหลือทางจิตวิทยา

นอกจากนี้ ยังมีเงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้าง และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการจ่ายให้กับครอบครัวแล้ว

สถานการณ์ความขัดแย้งในอิสราเอลยังคงส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยที่ไปทำงานในพื้นที่นั้น รัฐบาลไทยยังคงติดตามและให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

เราหวังว่าความสูญเสียครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องและดูแลแรงงานไทยในต่างแดนให้ดียิ่งขึ้น และขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสียทุกท่าน

เหตุการณ์ ร่างแรงงานไทย ถูกฮามาสจับเป็นตัวประกัน ถึงไทยหลังรอคอยนาน 2 ปี เป็นเครื่องเตือนใจถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก และความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ

ที่มา – ร่างแรงงานไทย ถูกฮามาสจับเป็นตัวประกัน ถึงไทยหลังรอคอยนาน 2 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *