ราชกิจจาฯ ประกาศข้อบังคับใหม่ ให้สิทธิแต่งกาย ทนายความเพศสภาพ
สวัสดีชาวเน็ตทุกท่าน! วันนี้มีข่าวฮือฮาในวงการกฎหมายไทย เมื่อราชกิจจาฯ ประกาศข้อบังคับใหม่ ให้สิทธิแต่งกาย ทนายความเพศสภาพไม่ตรงกับเพศโดยกำเนิด ทำให้ทนายความที่มีอัตลักษณ์ทางเพศต่างจากเพศที่เกิดมา สามารถแต่งตัวได้ตามใจตัวเองมากขึ้น ไม่ต้องยึดติดกับกรอบเดิมๆ อีกต่อไป นี่ถือเป็นก้าวสำคัญสู่ความเท่าเทียมทางเพศในอาชีพทนายความเลยนะครับ
ราชกิจจาฯ ประกาศข้อบังคับใหม่ ให้สิทธิแต่งกาย ทนายความเพศสภาพไม่ตรงกับเพศโดยกำเนิด
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่เอกสารสำคัญเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามเอกสาร) ในชื่อ “ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยมรรยาททนายความ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568” โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 8, 27(3)(จ) และ 51 คณะกรรมการสภาทนายความออกข้อบังคับนี้เพื่อปรับปรุงมรรยาทให้ทันสมัย
ข้อบังคับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจาฯ คือตั้งแต่ 18 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป โดยเพิ่มเติมในข้อ 20 (5) ว่า “ทนายความชายหรือหญิง ซึ่งมีอัตลักษณ์ทางเพศ หรือเพศสภาพไม่ตรงกับเพศโดยกำเนิด มีสิทธิแต่งกายแบบสากลนิยม กระโปรง หรือกางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น สีขาว สีน้ำตาล หรือสีดำ เข้าชุดกับเครื่องแต่งกาย” ประกาศ ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
รายละเอียดสิทธิแต่งกายใหม่สำหรับทนายความ
ก่อนหน้านี้ กฎมรรยาททนายความกำหนดการแต่งกายแยกตามเพศชาย-หญิงอย่างเคร่งครัด เช่น ชายต้องกางเกง หญิงต้องกระโปรง แต่ตอนนี้เปิดช่องให้คนที่มีเพศสภาพ (gender identity) ไม่ตรงเพศกำเนิด (biological sex) ได้เลือกแต่งได้อิสระมากขึ้น
- แบบสากลนิยม: สูทหรือชุดทำงาน unisex ที่เป็นกลางทางเพศ
- กระโปรง: สำหรับคนที่รู้สึกเป็นผู้หญิง
- กางเกงขายาว: สำหรับคนที่รู้สึกเป็นผู้ชาย
- รองเท้าหุ้มส้น: สีขาว สีน้ำตาล หรือสีดำ ต้องเข้าชุดกับเครื่องแบบ
สิทธิ์นี้ครอบคลุมทั้งทนายชายที่เป็นทรานส์วูแมน (transwoman) หรือทนายหญิงที่เป็นทรานส์แมน (transman) รวมถึงบุคคลเพศที่สาม (non-binary) ทำให้การทำงานในศาลหรือที่ทำการยุติธรรมสบายใจขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องภาพลักษณ์ที่ไม่ตรงตัวตน
ความหมายและผลกระทบของราชกิจจาฯ ข้อบังคับใหม่นี้
อัตลักษณ์ทางเพศ (gender identity) คือความรู้สึกภายในว่าตัวเองเป็นเพศไหน ซึ่งอาจไม่ตรงกับเพศที่กำหนดตอนเกิดจากอวัยวะเพศ ข้อบังคับนี้ตอบโจทย์สังคมไทยที่กำลังก้าวสู่การยอมรับ LGBTQ+ มากขึ้น เหมือนกับกฎหมายรุ่นใหม่ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ หรือยุโรปที่อนุญาตให้แต่งตาม identity ในที่ทำงาน
ในไทย นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยนแปลงในวิชาชีพกฎหมายที่มักอนุรักษนิยม สภาทนายความแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านสิทธิมนุษยชน ช่วยลด discrimination ลด stress ให้ทนายกลุ่มนี้ได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ผลดีต่อสังคมคือ ส่งเสริมภาพลักษณ์ไทยเป็น friendly ต่อ diversity
อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามว่าศาลแต่ละแห่งจะตีความอย่างไร หรือจะมี guideline เพิ่มเติมไหม แต่โดยรวมถือว่าน่ายินดี
ทำไมสภาทนายความถึงออกข้อบังคับนี้?
มาจากกระแสเรียกร้องสิทธิจากชุมชน LGBTQ+ และการปรับตัวตาม UN human rights ไทยยังมี พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมรอผ่าน สิ่งนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์อาชีพทนายให้ทันสมัย ดึงดูดบุคลากรรุ่นใหม่ที่หลากหลาย
นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันปัญหาทนายถูกตำหนิหรือลงโทษเพราะแต่งกายไม่ตรงเพศ ทำให้โฟกัสที่การต่อสู้คดีได้เต็มที่ สุดท้าย ข้อบังคับราชกิจจาฯ ประกาศข้อบังคับใหม่ ให้สิทธิแต่งกาย ทนายความเพศสภาพไม่ตรงกับเพศโดยกำเนิด นี้จะเป็นต้นแบบให้อาชีพอื่นๆ ตาม เช่น ผู้พิพากษา หรือตำรวจ
เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าสังคมไทยกำลังเปิดใจมากขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้? เชื่อว่าจะช่วยให้วงการกฎหมายไทยก้าวหน้ากว่าเดิมไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ!
ที่มา – ราชกิจจาฯ ประกาศข้อบังคับใหม่ ให้สิทธิแต่งกาย ทนายความเพศสภาพไม่ตรงกับเพศโดยกำเนิด
