ราคาน้ำมัน WTI ร่วงกว่า 1% หลุด $95 สต็อกสหรัฐพุ่ง

ราคาน้ำมัน WTI ร่วงกว่า 1% หลุด $95
ตลาดน้ำมันโลกกำลังเผชิญความผันผวนอย่างหนัก โดยราคาน้ำมัน WTI ร่วงกว่า 1% หลุด $95 หลังจากข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ประกาศโดยสถาบัน API แสดงให้เห็นการเพิ่มขึ้นเกินคาด สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงเป็นตัวหนุนราคา แต่สต็อกที่พุ่งสูงช่วยชดเชยแรงกดดันเหล่านั้นได้ในระยะสั้น
ณ เวลา 18.03 น. ตามเวลาในประเทศไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต หรือ WTI สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อส่งมอบเดือนเมษายน ลดลง 1.40 ดอลลาร์ หรือร้อยละ 1.46 สู่ระดับ 94.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การร่วงลงนี้สะท้อนถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอลงชั่วคราวจากสต็อกที่เพิ่มสูง
สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่ม 6.56 ล้านบาร์เรล สูงกว่าคาด
สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) รายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐเพิ่มขึ้น 6.56 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เพียง 380,000 บาร์เรลอย่างมาก ข้อมูลนี้สร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันทันที เนื่องจากบ่งชี้ถึงอุปทานที่ล้นตลาด แม้ตลาดจะรอผลอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) ที่จะประกาศในคืนวันเดียวกันนี้
การเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันเกิดจากอะไร? โดยทั่วไปแล้ว ปัจจัยหลักมาจากการผลิตที่ยังคงสูงในรัฐสำคัญอย่างเท็กซัสและนอร์ธดาโกตา รวมถึงการนำเข้าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรมและขนส่งที่ฟื้นตัวหลังโควิด แต่สต็อกที่พุ่งสูงแบบนี้มักทำให้ราคาน้ำมัน WTI ร่วงกว่า 1% หลุด $95 ได้ง่าย
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จากอิหร่าน-สหรัฐยังคงคุกรุ่น
แม้ราคาจะร่วง แต่ปัจจัยบวกจากความขัดแย้งยังคงมีน้ำหนัก ตลาดจับตาการสู้รบระหว่างสหรัฐและอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยอิหร่านเพิ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่สหรัฐตอบโต้ด้วยการใช้ระเบิดทำลายบังเกอร์โจมตีฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญกว่า 20% ของโลก
นายแอนดี ลิโพว์ ประธานบริษัท Lipow Oil Associates วิเคราะห์ว่า “การโจมตีเหล่านี้สร้างความหวังว่าเรือบรรทุกน้ำมันจะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง” แต่ในทางตรงกันข้าม หากสถานการณ์เลวร้ายลง ซิตี้กรุ๊ปคาดการณ์ไว้ดังนี้:
- หากหยุดชะงักการขนส่ง 4-6 สัปดาห์ อุปทานน้ำมันหายไป 11-16 ล้านบาร์เรลต่อวัน ราคาเบรนท์พุ่งสู่ 110-120 ดอลลาร์/บาร์เรล
- กรณีรุนแรง หยุดชะงักยาวนานหรือโจมตีกว้าง ราคาเฉลี่ยไตรมาส 2-3 ที่ 130 ดอลลาร์ สูงสุด 150 ดอลลาร์ หรือรวมผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปอาจแตะ 200 ดอลลาร์
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาน้ำมัน WTI ร่วงกว่า 1% หลุด $95 ในวันนี้เป็นเพียงการพักฐานชั่วคราว นักลงทุนควรจับตา EIA และข่าวจากตะวันออกกลางต่อไป
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวโน้มราคาน้ำมัน
สำหรับประเทศไทยที่นำเข้าน้ำมันกว่า 80% ของความต้องการ ราคาน้ำมัน WTI ที่ผันผวนส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการและค่าขนส่ง สต็อกสหรัฐเพิ่มช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อชั่วคราว แต่หาก geopolitics รุนแรง ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินอาจพุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
ในอดีต การหยุดชะงักที่ฮอร์มุซเคยทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 20-30% ในเวลาอันสั้น ดังนั้น แนวโน้มระยะสั้นอาจเห็นการเด้งกลับ หาก EIA ยืนยันสต็อกเพิ่มน้อยกว่าที่ API รายงาน นักลงทุนน้ำมันควรกระจายความเสี่ยงและติดตามตัวชี้วัด OPEC+ ด้วย
สรุปแล้ว แม้ราคาจะร่วงวันนี้ แต่ความไม่แน่นอนยังสูง เราแนะนำให้ติดตามอัปเดตข่าวสารเศรษฐกิจและพลังงานอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการเงินส่วนตัวให้ดี หากคุณสนใจวิเคราะห์กราฟราคาน้ำมัน WTI เพิ่มเติม สมัครรับข่าวสารฟรีจากบล็อกของเราได้เลยวันนี้!
ที่มา – ราคาน้ำมัน WTI ร่วงกว่า 1% หลุด $95 หลังสหรัฐเผยสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้นสัปดาห์ที่แล้ว