รัสเซียเพิ่ม “ค่ายปรับทัศนคติ” เด็กยูเครน จริงหรือไม่?
รัสเซียเพิ่ม “ค่ายปรับทัศนคติ” เด็กยูเครน ทะลุ 200 แห่ง จริงหรือ?
จากผลวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่โดยวิทยาลัยสาธารณสุขศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเยล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ระบุว่า สถานการณ์ รัสเซียเพิ่ม “ค่ายปรับทัศนคติ” เด็กยูเครน นั้นน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยพบว่าเด็กชาวยูเครนจำนวนมากที่ต้องพลัดถิ่นจากสงคราม ถูกส่งตัวไปยังค่ายต่างๆ ในรัสเซียมากกว่า 210 แห่ง จุดประสงค์ของค่ายเหล่านี้คืออะไรกันแน่?
จุดประสงค์ของ “ค่ายปรับทัศนคติ”
รายงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ค่ายเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม แต่กลับมีจุดประสงค์แอบแฝงหลายอย่าง เช่น การฝึกทหาร การผลิตโดรน รวมถึงการบังคับให้เด็กปรับเปลี่ยนทัศนคติและความเชื่อของตนเองให้เป็นไปในทิศทางที่รัฐบาลรัสเซียต้องการ ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
สิ่งที่น่าตกใจคือ จำนวนค่ายเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการค้นพบค่ายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 150 แห่ง นับตั้งแต่มีการเผยแพร่รายงานฉบับก่อนเมื่อปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ รัสเซียเพิ่ม “ค่ายปรับทัศนคติ” เด็กยูเครน ยังคงดำเนินต่อไป และอาจรุนแรงมากยิ่งขึ้น
จากข้อมูลที่รวบรวมได้จากแหล่งข้อมูลสาธารณะและภาพถ่ายดาวเทียม พบว่าประมาณครึ่งหนึ่งของค่ายทั้งหมดอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาลรัสเซียโดยตรง ซึ่งบ่งชี้ถึงการมีส่วนร่วมของรัฐบาลในการดำเนินการเหล่านี้
ยูเครนอ้างว่ามีเด็กชาวยูเครนมากกว่า 19,500 คนที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่นไปยังรัสเซียและเบลารุสอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวา ขณะที่มหาวิทยาลัยเยลประเมิน ณ เดือนมิถุนายนว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจสูงถึงเกือบ 35,000 คน ตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก
ถึงแม้ว่ารัสเซียจะปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการบังคับให้เด็กยูเครนพลัดถิ่น โดยอ้างว่าเป็นการอพยพออกจากพื้นที่สงครามด้วยความสมัครใจ แต่หลักฐานและรายงานต่างๆ ที่ปรากฏออกมาก็ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างนี้
สถานการณ์ รัสเซียเพิ่ม “ค่ายปรับทัศนคติ” เด็กยูเครน เป็นสิ่งที่ประชาคมโลกควรให้ความสนใจและดำเนินการเพื่อปกป้องเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม การบังคับให้เด็กพลัดถิ่น การพรากพวกเขาจากครอบครัวและวัฒนธรรมของตนเอง รวมถึงการบังคับให้ปรับเปลี่ยนทัศนคติ เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ และต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
จำนวนค่ายทั้งหมดอาจสูงกว่าที่มีการรายงาน เนื่องจากยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และอาจมีสถานที่ที่ยังไม่ได้รับการค้นพบ
การกระทำเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจและพัฒนาการของเด็กอย่างรุนแรง การช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมและสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างปกติสุขเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
ที่มา – วิจัยมะกันอ้าง รัสเซียเพิ่ม “ค่ายปรับทัศนคติ” เด็กยูเครน ทะลุ 200 แห่ง