รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องจ่ายคืนภาษีทรัมป์ 1.75 แสนล้านดอลลาร์

ข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการเศรษฐกิจโลก เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องจ่ายคืนภาษีทรัมป์ 1.75 แสนล้านดอลลาร์ หลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยสำคัญที่ยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกไว้ สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบงบประมาณรัฐบาล แต่ยังส่งผลต่อนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และบริษัทนำเข้าทั่วโลกด้วย
รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องจ่ายคืนภาษีทรัมป์ 1.75 แสนล้านดอลลาร์
นักเศรษฐศาสตร์จากเพนน์-วอร์ตัน บัดเจ็ต โมเดล (Penn-Wharton Budget Model: PWBM) ได้ประเมินว่ามูลค่ารายได้ภาษีที่อาจต้องคืนให้ผู้ชำระภาษีสูงถึง 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังศาลสูงสุดมีมติ 6 ต่อ 3 เสียงเมื่อวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ วินิจฉัยว่าประธานาธิบดีทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยดึงกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) มาใช้กำหนดภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
พื้นหลังมาตรการภาษีทรัมป์และคำวินิจฉัยของศาล
มาตรการภาษีทรัมป์เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2018 เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ โดยเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก 25% อลูมิเนียม 10% และขยายไปยังสินค้าจีนมูลค่ากว่า 250,000 ล้านดอลลาร์ ทรัมป์อ้างสถานการณ์ฉุกเฉินทางการค้า แต่ศาลเห็นว่ากฎหมาย IEEPA ซึ่งออกในปี 1977 เพื่อใช้คว่ำบาตรศัตรูทางเศรษฐกิจ ไม่ได้ครอบคลุมการเก็บภาษีทั่วไป คำตัดสินนี้ส่งเรื่องกลับไปยังศาลการค้าระหว่างประเทศเพื่อกำหนดขั้นตอนคืนเงิน ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องจ่ายคืนภาษีทรัมป์ 1.75 แสนล้านดอลลาร์ ในไม่ช้า
การคำนวณจากเพนน์-วอร์ตัน: แม่นยำและน่าเชื่อถือ
ลิสเซิล โบลเลอร์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากเพนน์-วอร์ตัน ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยการคลังอิสระจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ใช้แบบจำลอง PWBM คำนวณโดยแยกตามประเภทสินค้าและประเทศต้นทาง รวมภาษีทั้งหมดที่ออกภายใต้ IEEPA เคนต์ สเมตเตอร์ส ผู้อำนวยการยืนยันว่า แม้ศาลไม่ได้ระบุตัวเลข แต่คำวินิจฉัยเปิดช่องให้บริษัทยื่นขอคืนภาษีจำนวนมาก กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะต้องเป็นฝ่ายจ่ายคืน
ก่อนหน้านี้ สำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) เคยประเมินว่ารายได้จากภาษีเหล่านี้ราว 300,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีใน 10 ปี แต่หากต้องคืน 1.75 แสนล้าน จะเทียบเท่างบรวมของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงยุติธรรมในปีงบ 2568 รวมกัน
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการค้า
การตัดสินครั้งนี้จะกระตุ้นให้บริษัทอเมริกัน โดยเฉพาะผู้นำเข้าสินค้าจากจีนและยุโรป เร่งยื่นขอคืนภาษี สร้างแรงกดดันต่องบประมาณรัฐบาลที่กำลังเผชิญภาวะขาดดุลงบประมาณ นอกจากนี้ ยังเป็นบทเรียนสำคัญว่านโยบาย trade war ของทรัมป์มีต้นทุนสูงกว่าที่คาด
- ผลต่อบริษัท: ได้รับเงินคืน ลดต้นทุนการผลิต
- ผลต่อรัฐบาล: สูญเสียรายได้ ส่งผลให้ deficit เพิ่ม
- ผลต่อเศรษฐกิจโลก: ลดความตึงเครียดการค้า สินค้านำเข้าถูกลง
- แนวโน้มอนาคต: รัฐบาลใหม่ต้องระวังการใช้อำนาจฉุกเฉิน
นอกจากนี้ แบบจำลองของเพนน์-วอร์ตันยังชี้ว่าภาษีเหล่านี้ไม่ได้สร้างงานในอุตสาหกรรมเหล็กมากอย่างที่หวัง แต่กลับเพิ่มราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภคอเมริกันแทน
สรุปแล้ว คำวินิจฉัยของศาลไม่เพียงทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องจ่ายคืนภาษีทรัมป์ 1.75 แสนล้านดอลลาร์ แต่ยังย้ำหลักการตรวจสอบอำนาจผู้บริหาร หากคุณเป็นนักลงทุนหรือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ แนะนำให้ตรวจสอบสิทธิ์ขอคืนภาษีโดยด่วน และติดตามพัฒนาการจากศาลการค้าระหว่างประเทศต่อไป เพื่อวางแผนธุรกิจให้เหมาะสม
ที่มา – รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องจ่ายคืนรายได้ภาษี 1.75 แสนล้านดอลลาร์ หลังศาลเบรกภาษีทรัมป์