รองผู้ว่าฯ BOJ จับตาผลกระทบศก. หลังมะกัน-อิสราเอลถล่มอิหร่าน

รองผู้ว่าฯ BOJ จับตาผลกระทบศก. หลังมะกัน-อิสราเอลถล่มอิหร่าน
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังสร้างความกังวลให้กับเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าสูง ล่าสุด รองผู้ว่าฯ BOJ จับตาผลกระทบศก. หลังมะกัน-อิสราเอลถล่มอิหร่าน เรียวโซ ฮิมิโนะ รองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ออกมาเปิดเผยว่า กำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันกว่า 90% ของความต้องการทั้งหมด
ผลกระทบจากการโจมตีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น
การโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดการเงินทั่วโลก ตลาดหุ้นทั่วเอเชียปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์ทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน ญี่ปุ่นในฐานะประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่ จึงเสี่ยงเผชิญกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและต้นทุนการผลิตที่เพิ่ม หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ภาวะ stagflation ที่เศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อยังพุ่ง
ฮิมิโนะกล่าวสุนทรพจน์ต่อผู้นำท้องถิ่นในเมืองวากายามะ ภูมิภาคตะวันตกของญี่ปุ่น โดยไม่ได้แสดงความเห็นโดยตรงต่อผลกระทบ แต่ย้ำถึงความจำเป็นในการติดตามใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังของ BOJ ในช่วงที่ตลาดกำลังจับตาทิศทางนโยบายการเงินครั้งต่อไป
ทิศทางนโยบายการเงิน BOJ ท่ามกลางแรงกดดัน
ขณะนี้ รองผู้ว่าฯ BOJ จับตาผลกระทบศก. หลังมะกัน-อิสราเอลถล่มอิหร่าน เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มสูง รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้เสนอชื่อนักวิชาการสายสนับสนุนนโยบายกระตุ้นเงินเฟ้อเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายการเงิน ส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลต้องการให้ BOJ เร่งปรับนโยบายเพื่อรับมือเงินเฟ้อ
ตลาดคาดการณ์ว่า BOJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งในครึ่งปีแรก โดยอาจเริ่มต้นเดือนเมษายน ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ฮิมิโนะระบุว่าผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยรอบก่อนยังอยู่ในระดับจำกัด สภาวะทางการเงินยังผ่อนคลาย และ BOJ ควรทยอยปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- อัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบัน: 0.75% (คงไว้ในการประชุมมกราคม)
- ปรับขึ้นครั้งล่าสุด: เดือนธันวาคม สู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี
- ปัจจัยเสี่ยงหลัก: เงินเฟ้อจากน้ำมัน, ค่าเยนอ่อน, ความขัดแย้งตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ BOJ ยังต้องพิจารณาผลกระทบจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางอื่นๆ เช่น Fed ที่อาจลดดอกเบี้ย หากเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว สถานการณ์ รองผู้ว่าฯ BOJ จับตาผลกระทบศก. หลังมะกัน-อิสราเอลถล่มอิหร่าน จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปีนี้
นักลงทุนควรติดตามการประชุม BOJ ครั้งถัดไปอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทุกการตัดสินใจจะส่งผลต่อตลาดหุ้น น้ำมัน และค่าเงิน หากคุณเป็นนักลงทุนในสินทรัพย์ญี่ปุ่น ลองพิจารณาหลากหลายพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ที่มา – รองผู้ว่าฯ BOJ จับตาผลกระทบศก. หลังมะกัน-อิสราเอลถล่มอิหร่าน